Antonio.

posted on 29 Aug 2008 18:39 by champcpe  in graphics, leisure

 

ขอเชิญท่านพ่อแม่และพี่น้อง
ร่วมกันมาล้อมวงที่ตรงนี้
มีนิทานเก่าแก่อยากจะเล่า
ขอเชิญเข้ามาฟังให้ถนี่

 

 

นานมาแล้วมีหมีอยู่ตัวหนึ่ง
ทำหน้าบึ้งขึ้งต่อโลกตลอดเวลา
แอนโทนิโอคือชื่อตัวของเขา
และความเศร้าคือสิ่งที่เขาใฝ่หา

ทำหน้าบึ้งมิเว้นว่างแม้วัน
แม้ทุกคนกำลังสนุกสุขหฤหรรษ์
เลยมีคนถามทำหน้าบึ้งทำไม
หมีตอบไป "อย่ามายุ่ง เรื่องของข้า"

 

 

ที่จริงแล้วแอนโทนิโอแอบร้องไห้
เพียงแต่ไม่ให้ใครเห็นน้ำตา
ด้วยกำเนิดเกิดมาไม่สวยใส
ไม่เหมือนใครที่อยู่ในโลกหล้า

 

 

สัตว์ตัวอื่นถูกประกอบมาอย่างดี
แต่ตัวนี้เจ้านายไม่นำพา
ของคนอื่นใช้กาวช่วยประกอบ
ตัดแปะขอบอย่างระวังมิใบ้บ้า

 

 

แอนโทนิโอถูกแปะด้วยเทปกาว
ไม่มีสาวที่ไหนเคยแลเหลียว
เป็นสิ่งที่เขาสุดจะไม่พราวด์
ซ่อนเทปกาวไว้ข้างใต้ีทีเดียวเชียว

 

 

 

มีอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาทนได้
อยู่ต่อไปในโลกที่มืดหม่น
เขาชอบกินซูชิเป็นที่สุด
มีที่ไหนต้องพูด "ขอด้วยคน"

 

 

วันหนึ่งเขาถูกแซวเป็นการใหญ่
ด้วยเทปกาวแปะไม่ไหวจึงหลุดลอก
แอนโทนิโอดูเป็นหมีที่พิการ
ทั้งจัณฑาลอุบาทว์และกระจอก

 

 

รวบรวมแรงแปะคืนสู่ที่เก่า
แล้วเดินเศร้ามุ่งหน้าสู่ผาสูง
หากชีวิตไม่มีดีแต่อย่างใด
คงไม่มีอะไรจะชักจูง

 

 

โดดลงมาหวังคร่าหนึ่งชีวิต
ใกล้พื้นดินเท่าไหร่ใจฉุกคิด
พรุ่งนี้มีซูชิแฟร์ในหมู่บ้าน
ทรมานใจ-เพิ่งรู้ "เลือกวันผิด"

 

 

เสียใจไปคงมิได้อะไรแล้ว
น้ำตาเริ่มไหลออกมาน่าเป็นลิตร
ถึงอย่างไรชีวีนี้คงไม่แคล้ว
ยิ่งคิดไปมันก็ยิ่งน่าหงุดหงิด

 

 

ใจเริ่มปลงตรงดิ่งสู่เบื้องล่าง
เสียดายเีพียงซูชิไข่สุดฮิต
หากมีคำพูดสุดท้ายจะฝากไว้
"ซูชิไข่ ไอเลิฟอิท ไอเลิฟอิท"

 

 

 

ฉับพลันนั้นเหมือนสวรรค์จะเป็นใจ
ตรึงแอนโทนิโอไว้ไม่ให้ร่วง
ด้วยเทปกาวที่หลุดออกมาไซร้
ดันพันพัวกับขอบผาพาเป็นบ่วง

 

 

ปีนขอบผา..แอนโทนิโอตื้นตันหนัก
เริ่มจะรักเทปกาวที่แปะร่าง
หากไม่ได้เจ้าช่วยดึงข้าขึ้นมา
ข้าคงแหลกเหลวเละอยู่ข้างทาง

เริ่มสำนึกบุญคุณของปมด้อย
ที่เคยคอยเป็นบ่วงพันฉันโดนล้อ
บัดนี้เป็นบ่วงชีวิตเมื่อคิดสั้น
ช่วยดึงฉันจากหุบเหวหลุมบ่อ

สิ่งที่มีควรพอใจในนั้นเถิด
ความคิดเกิดฉับพลันในตัวหมี
แม้เทปกาวจะดูไม่สวยเท่าไหร่
แต่ก็ใช้ประโยชน์ได้เก๋ไก๋ดี

 

 

วันรุ่งขึ้นแอนโทนิโอเดินมาดมั่น
เข้าไปร้านซูชิแฟร์อย่างสุขี
ซูชิไข่ที่โปรดปรานนานมานั้น
คงถูกฉันห่อเจี๊ยะเสียบัดนี้!

 

  อ่านเกียวกับโครงการ Nokhook Paper Toy Project ได้ที่นี่ครับ

ของท่านอื่นๆ :

  1. คุณช้าง by kengkadeng
  2. onetwothree by tabunstudio

 

Hidden Message.

posted on 28 Aug 2008 18:02 by champcpe  in other

 

 

ถ้าอยากอ่านยาวๆ จะเป็น "บีมบ่น พันธมิตรรักรัฐบาล"

 
...แถมมี "รีบอร์น วันเกิด สมัคร" อีกแน่ะ... (สมัครกลับชาติมาเกิดเรอะ)

Too much Mamma Mia!

posted on 27 Aug 2008 17:21 by champcpe  in media

 

 

ต้องออกตัวก่อนว่าปกติแล้ว เราเป็นคนที่ชอบความหรรษารื่นเริงจากหนังเพลง

ไม่ว่า Chicago, Hairspray, Dreamgirls, Moulin Rouge ก็ดูได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

คือไม่ตะขิดตะขวงกับฉากจำพวกว่า พูดกันอยู่ดีๆ ตัวละครก็พากันร้องรำ วิ่งพล่านไปทั่วบ้าน เคาะกระป๋องทุบกระแป๋งต่างๆ

ไม่ตะขิดตะขวงกับฉากแฟนตาซี จะบินได้ หายตัว มีควันฟุ้งๆ ระเบิดตูมตาม อะไรก็เอาเถิด ตราบใดที่ให้ความบันเทิงกับเราได้อยู่น่ะ

 

เมื่อวานไปดูแมมมะเมีย Mamma Mia!

ท่านที่ไปดูด้วยกัน เคยดูเวอร์ชั่นมิวสิคัลที่สิงคโปร์ บอกว่า ดี และน่าประทับใจมาก

เราจึงตั้งความหวังไว้เสียสูงลิบ

แต่ก่อนเข้าโรง ท่านแอบรำพึงว่า เนื่องจากเวอร์ชั่นมิวสิคัลดีมาก ดังนั้นการที่หนังจะเทียบเท่าคงเป็นไปได้ยาก

ท่านรู้สึกตงิดๆ ว่าจะมีฉากให้ "จั๊กจี้" เยอะ

 

แล้วก็จริงเสียด้วย!

จากคนที่ไม่เคยตะขิดตะขวงใจกับหนังเพลงเรื่องไหนมาก่อน หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ทำให้เรารู้สึกอย่างนั้นได้

ถึงแม้คุณป้า เมอร์รีล สตรีป จะร้องเพลงเพราะอย่างไรก็ตาม

แต่การที่ร้องไปด้วยแล้วบิดซ้าย บิดขวา ยู้ฮู ย้าฮา ไขว่ขาเข้าด้วยกันต่างๆ เป็นเวลาห้านาทีเต็มๆ ในแต่ละเพลงนั้น

เกินที่จะทนดูได้จริงๆ ครับ

 

ทุกตัวละครรื่นเริงกันเกินไป

กระทืบเท้าและวิ่งไปมา ตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาที

ในความคิดเห็นของเรา เหมือนปาร์ตี้ยาอี ปาร์ตี้ปล่อยแก่

จนนึกสงสัยว่าแทนที่จะทำธุรกิจโรงแรม จริงๆ แล้ว ป้าเมอร์รีลฯ แกแอบขายยาบ้าเป็นไซด์ไลน์หรือเปล่าวะ

 

เนื้อเรื่อง (ที่ไม่ค่อยจะมี) ก็ดำเนินไปอย่างกระท่อนกระแท่น เนื่องจากเพลงถูกอัดเข้ามาเยอะเกินไป

ทุกสิ่งประเด็นเลยถูกสรุปมัดเงื่อนพิรอดง่ายๆ ในห้านาทีสุดท้ายจนหมด พร้อมกับความอึ้งๆ งงๆ ของผู้ชม

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อสำรวจความเห็นของท่านผู้ชมในโรงด้วยสายตาแล้ว

เริ่มไม่แน่ใจว่า ที่ไม่สนุก เป็นแค่เราเองหรือเปล่า

เพราะผู้ชมคนอื่น (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสาวหลักสี่หรือเพศที่สาม) พากันวี้ดว้าย วู้ฮู และปรบมือกันยกใหญ่ในทุกฉากตอน

โดยเฉพาะฉากแถมตอนท้าย บางคนลุกขึ้นยืนโบกแขนไปตามจังหวะเสียด้วยซ้ำ

 

เนื่องด้วยความกังวลจะเป็นคนส่วนน้อย

พอกลับมาบ้านเลยรีบเช็คเรตติ้งจากเว็บมะเขือเทศเน่า

พบว่า Mamma Mia! ได้คะแนนไม่ดี แต่ก็ไม่เลว คือ 54%

นักวิจารณ์ที่ให้มะเขือเทศสด ส่วนใหญ่จะพูดว่า ".. สนุก จนสามารถมองข้ามความไม่สมบูรณ์อื่นๆ ไปได้"

(นั่นก็คือ .. ไม่สมบูรณ์ซะเยอะ ใช่มั้ยวะ เราคิดอย่างเข้าข้างตัวเอง)

ส่วนนักวิจารณ์ที่ปามะเขือเทศเน่าใส่หนังเรื่องนี้ ก็คิดคล้ายๆ เรา คือ "แสร้งสนุกเสียจนเกินเหตุ" หรือ "สนุกกันเองแต่คนดูไม่สนุกด้วย"

หลังจากอ่านรีวิวแล้วก็ใจชื้นขึ้นมา ตามประสาคนไม่มั่นใจในรสนิยม

ว่าเออ.. ยังมีคนเห็นด้วยกับเราเยอะอยู่เว้ย

ได้สำนึกดังนั้น จึงสามารถเข้านอนหลับได้อย่างเป็นสุข.

 

ปล. เพียร์ซ บรอสแนน ร้องเพลงได้เห่ยเฝ่ยเกินกว่าจะคาดคิด ส่วนคนอื่นๆ นั้นร้องเพลงดีเลยแหละ โดยเฉพาะผู้ที่แสดงเป็นทันย่า เพื่่อนของเมอร์รีล สตรีป ในเรื่อง

Technology Can't Help

posted on 25 Aug 2008 13:55 by champcpe  in it-related

ในยุคที่อะไรอะไรก็อยู่ในเน็ต จะติดต่องาน ส่งเอกสาร ก็ส่งทางอีเมลล์ได้หมด

ยังมีคนบางจำพวก ที่ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี..

ตู้ดด.. ตู้ด...

"ฮัลโหลครับ" ผมรับสาย

"คุณแชมป์ เดี๋ยวผมส่งอีเมลล์ให้นะครับ เรื่องนั้น รอรับนะครับ" 

".... (เงียบ) ครับ"

(ฝ่ายตรงข้ามวางสายไป)

 

ยังไม่วาย.. อีกสิบวินาทีต่อมา

ตู้ดด.. ตู้ด...

"คุณแชมป์ได้รับอีเมลล์หรือยังครับ"

".. (เงียบ) รอสักครู่นะครับ (เปิดเช็ค) .. ได้รับแล้วครับ"

(ฝ่ายตรงข้ามวางสายไป)

 

ยังไม่วาย อีกหนึ่งนาทีต่อมา

ตู้ดด.. ตู้ด...

"เอ๊ะ เรื่องนั้นตกลงว่าขนาดของไฟล์ภาพนี่ต้องเท่าไหร่นะครับ"

".. (เงียบ) รอสักครู่นะครับ .. สองร้อยคูณสามสิบพิกเซลครับ (ทำไมไม่อีเมลล์มาถามล่ะครับ)"

"โอเคครับ"

(ฝ่ายตรงข้ามวางสายไป)

 

และครั้งสุดท้าย ก่อนความอดทนผมจะหมด

ตู้ดด ตู้ด..

(เสียงหัวเราะดังลอดมาตามสาย จับใจความได้่ว่าคงคุยเรื่องขำๆ กับเพื่อนอยู่)

"(ผมถอนหายใจ) ..ครับ"

"ตกลงผมส่งตัวไฟล์ไปทางอีเมลล์ได้เลยใช่มั้ยครับ"

"ครับ.. (ต้องขออนุญาตด้วยเหรอครับ เป็นนักเรียนยกมือขอคุณครูไปเข้าห้องน้ำเหรอครับ)"

 (ฝ่ายตรงข้ามวางสายไป)

 

งานที่ส่ง ก็ต้องส่งมาทางอีเมลล์อยู่แล้ว..

ไม่ใช่เครื่องแฟกซ์ ที่จะต้องโทรมาขอให้เปลี่ยนโหมดเป็นรับเอกสาร (สมัยนี้ เครื่องแฟกซ์ก็ไม่ต้องเปลี่ยนโหมดแล้วด้วยนะจะบอกให้)

อีเมลล์มันไม่ต้องมีระบบ "อะ เตรียมรับข้อมูลนะ คอมฉันจะส่งข้อมูลไปหาคอมเธอแล้วนะ.. เตรียมให้ดี กดปุ่้มรับให้พร้อมกับฉันกดปุ่มส่งนะ เอ้า นึง ส่อง ซ่ำ กดพร้อมกัน ฮูเร่! เราทำสำเร็จแล้ว เราหยุดนิวเคลียร์บอมบ์อะตอมมิคของด๊อกเตอร์ซูสได้แล้ว! (แล้ววิ่งพล่านเต้นดีใจไปรอบๆ)" ซะหน่อย..

การโทรศัพท์โดยที่ไม่ดูความสะดวกของฝ่ายตรงข้ามเป็นอะไรที่แย่

โทรมาสี่ครั้ง ภายในสิบนาที

ถ้าเีรียบเรียงความคิดดีๆ ก่อน แล้วส่งอีเมลล์มาถาม ก็จะสามารถจบได้ภายในหนึ่งฉบับ สะดวกกว่าทั้งสองฝ่าย

ระหว่างที่โทรมาครั้งหนึ่ง ผมกำลังถอดประกอบคอมพ์อยู่ มือข้างหนึ่งถือสายไฟ อีกข้างเพิ่งได้แผลสดๆ

แทนที่จะเอามือไปล้างแผลได้ทันที กลับต้องมารับสายของคนคนนี้

น่างุ่นง่านใจดีแท้หนอ.

 

ปล.อ่านคอมเมนต์แล้วกลัวว่าหลายคนนึกว่าผมจะบึ้ม จะบึ้มอยู่.. ไม่ใช่นะครับ โปรดอ่านข้อความด้านบนทั้งหมดด้วยเสียงขรึมนุ่มลึกใหม่อีกครั้ง  จะได้อารมณ์ที่แตกต่างออกไปครับ

 

edit: อนุญาต ไม่มีสระอินะครับ ขอบคุณคุณ wat มากคร้าบที่้ท้วงมา

Recursive Dream.

posted on 24 Aug 2008 14:20 by champcpe  in other

 


 

คืนก่อนเกิดอาการฝันซ้อนฝัน

เป็นอาการที่ไม่ได้เกิดกับตัวเองมานานหลายปีแล้ว

อาการก็ตามชื่อ .. คือ ฝัน ข้างในฝัน อีกที ซึ่งหากเกิดซ้อนเพียงสองสามชั้น ก็ไม่แปลก และไม่น่าเดือดร้อนอะไร

แต่ที่น่าเดือด... และน่าร้อนใจคือ คืนนั้นมันเกิดซ้อนกันมากกว่าสามสิบตลบ!

 

ผมรู้สึำกตัว ว่ากำลังฝัน ในฝันชั้นที่สามสิบกว่าๆ ได้

หลังจากนั้นก็พยายามทำตัวให้ตื่น

พยายามลืมตา

พยายามสูดหายใจ เฮือก เฮือก เฮือก

พยายามหยิกตัวเอง

พยายามกระโดดโลดเต้น

หวังว่าการกระโดดในฝันนั้น จะสะเทือนไปถึงอวัยวะจริงๆ เป็นผลให้ตื่นขึ้นมา .. จริงๆ

 

แต่พยายามอย่างไร อย่างมากก็ตื่นได้ทีละชั้น เหมือนหัวหอมที่ค่อยๆ ลอกเปลือกออก

ในฝัน .. ผมเห็นภาพผมมองตัวเองนอนหลับ ด้วยสายตาบุคคลที่สาม

ผมเห็นภาพตัวเองสะดุ้งเฮือกตื่นนอนขึ้นมา ด้วยสายตาบุคคลที่สาม

บางคราวผมเผลอดีใจ คิดว่าตื่นขึ้นมาจริงๆ แล้ว ลุกไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน

จนเืมื่อส่องกระจก รู้สึกตัวว่า .. นี่เ็ป็นมุมมองของบุคคลที่สาม .. เหมือนกำลังดูภาพยนตร์ที่ฉายชีวิตของเราอยู่ ไม่ได้มองจากสายตาของตัวเอง

ถึงได้รู้ว่า.. ไอ้ที่เ็ห็นอยู่นี่..มันก็ยังเป็นฝันอยู่ดี

แล้วก็พยายามตื่นขึ้นมาใหม่ อีกครั้ง และอีกครั้ง

 

ในที่สุดหลังจากผ่านพ้นกระบวนการตื่นมากกว่าสามสิบครั้ง ผมก็ตื่นขึ้นมา้ได้จริงๆ พร้อมกับเหงื่อเม็ดโตที่ผุดพรายทั่วใบหน้า หอบแฮกๆ เหนื่อยราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอนเสร็จ ซ้ำยังมึนงงไปด้วยกระแสของความจริงและไม่จริง

 

ค้นจากวิกี้พีเดีย พบว่า อาการแบบนี้เขาเรียกกันว่า False Awakening หรือ "ตื่นปลอมๆ"

มีนักปราชญ์คนหนึ่ง ชื่อเบิร์ทแรนด์ รัซเซลล์ อ้างว่า เขาเคยประสบกับการตื่นปลอมๆ ซ้อนทับกันมากถึงกว่าร้อยชั้น! (คงใช้พลังงานราวกับว่ายน้ำระยะทางสามสี่กิโลฯ)

ซีเลีย กรีน นักเขียนแนวจิตวิทยา จำแนกการตื่นปลอมๆ นี้ไว้สองประเภท

แบบแรก, เป้าหมายจะตื่นปลอมๆ ขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนจริง คือไม่ได้ตื่นมาในห้องนอนของตัวเอง อาจจะเป็นฉากแฟนตาซีหรืออื่นๆ และจะง่วงหลับไปอีกครั้งในที่สุด

แบบที่สอง, เป้าหมายจะตื่นขึ้นมาในห้องนอนของตัวเอง พบกับสภาพแวดล้อมจริงๆ ...แต่แฝงไว้ด้วยบรรยากาศอันน่าสะพรึง ดูคราวแรกอาจจะรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมรอบๆ นั้นปกติ แต่เมื่อเริ่มดูไปนานๆ จะเห็นบางสิ่งที่ผิดแผกไป ผลสุดท้ายที่เป้าหมายได้รับ คือความตื่นเต้น ตกใจกลัว

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผมโชคร้าย ตกอยู่ในแบบหลัง!

 

สองสามวันหลังมานี้ ผมเลยกลัวการนอน กลัวว่านอนแล้วจะฝันอย่างนั้นอีก

มันเหนื่อย มันน่ากลัวเกินไป

แต่ก็ไม่แน่ ถ้าโชคดี คืนนี้ตัวฝันร้ายมันอาจจะไปหาคนอื่น

อาจจะเป็นคุณก็ได้นะครับ.

 

(อ้าว!)

วัดพระแก้ว's Patterns

posted on 23 Aug 2008 23:03 by champcpe  in graphics, leisure

ไปวัดพระแก้วมา ด้วยมีคนอยากไปทำบุญวันเกิด.

ไ้ด้ที จึงคว้ากล้องมาถ่ายแพทเทิร์นต่างๆ ในวัด พบว่ามีหลายลวดหลายลายน่าสนใจ

ฝีมือถ่ายรูปอาจจะด้อยหน่อย, อย่าสนใจ, กรุณาดูที่เนื้อหา

หากต้องการดูรูปที่ดูรู้เรื่องกว่านี้ สามารถไปที่ พิกาซ่า เจ้าประจำ ได้เลย

 







 

  รับชมแล้วหากทิ้งคำติไว้จะเป็นพระคุณครับ

Me Want Food.

posted on 22 Aug 2008 17:02 by champcpe  in leisure

งานอดิเรกอย่างหนึ่งที่ชอบทำของเรา คือการทำอาหาร

ก็..ทำไม่ได้เก่งกาจอะไรมากมาย แต่กินอาหารที่ทำเองแล้วรู้สึกภูมิใจพราวด์ออฟมายเซลฟ์

และจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกครั้งที่ต้องถ่ายรูปอาหารที่ตนเองทำ

นัยว่าเพื่อปรับปรุง และเพื่ออวดแอ่แด่ชาวโลก (เน้นจุดประสงค์อันหลังมากกว่า)

ถ่ายธรรมดาไม่ได้ ต้องหามุมให้สวยด้วย หลอกตาประชาชีให้รู้สึกว่ามันน่ากิน

ซึ่งบางครั้งก็ประสบความสำเร็จ แต่ส่วนใหญ่จะไม่

รูปอาหารทั้งหมดที่เคยทำ (บางครั้งด้วยความตระหนก หรือความหิว ก็ไม่ได้ถ่ายไว้)

ถูกอัพโหลดลงบน
ปิ๊ ก า ซ่ า

นี่เป็นบางส่วน

 

 

Spam is not a bug.

posted on 22 Aug 2008 16:23 by champcpe  in it-related

การป้องกันสแปมไม่ได้ ไม่ใ่ช่บั๊ก

การป้องกันสแปมไม่ได้ ไม่ใ่ช่บั๊ก

การป้องกันสแปมไม่ได้ ไม่ใ่ช่บั๊ก

 

 

Roxik Mr.Dog

posted on 22 Aug 2008 04:30 by champcpe  in other

เห็นคนอื่นโพสท์กันไม่ได้ เลยลองโพสท์ดูว่าได้ไหม

Do anything at Barcamp Bangkok

posted on 22 Aug 2008 02:01 by champcpe  in it-related, media

How many times can someone laugh in 20 seconds?
Video produced by tpagon. Model: Patinya.