other

Profrssional!

posted on 28 Aug 2009 22:56 by champcpe  in other

 

 

 

คำไหนก็พิมพ์ผิดได้ แต่คำนี้พิมพ์ผิดนี่.. paradox มาก

ตัวอย่างการใช้

 นางสาวซูซี่ เลขาหน้าห้อง: ฉันเป็นเลขานุการมืออาชีบนะคะ
พิมพ์ดีดได้ 70 คำต่อนาที เป็นมืออาชีบนะคะ

 

ปล. นางมารร้ายในเจแปน ยังคงมีตอนต่อ! วันนี้ขอเสนอ "เหมือนสวรรค์, ดั่งนรก"

Inspiration?

posted on 13 Aug 2009 16:56 by champcpe  in other

 

 

เจน: โจ ทำไมคุณยังไม่วาดรูปอีก นี่มันเดือนที่สามแล้วนะที่คุณหยุดวาดรูปไป

โจ: ก็มันวาดไม่ออกนี่ รอแรงบันดาลใจอยู่

เจน: รอแรงบันดาลใจงั้นเหรอ? คิดว่าของแบบนั้นมันจะมาหาคุณเองอย่างนั้นเหรอ? คุณน่ะแหละที่ต้องออกไปเป็นฝ่ายหามัน

โจ: ไม่รู้ ผมรอให้ความคิดในหัวมันอิ่มตัวก่อนละมั้ง ถึงจะบังคับให้ตัวเองวาดไปตอนนี้ก็ห่วยอยู่ดี

เจน: ก็เลยไม่วาดงั้นเหรอ แล้วถ้ารอให้อิ่มตัวก็แล้ว แล้วก็ยังวาดออกมาได้ไม่ถูกใจอยู่ดีล่ะ

โจ: อย่างน้อยก็ไม่ต้องวาดอะไรห่วยๆ ไร้ประเด็นล่ะน่า

เจน: แล้วไม่คิดว่าถ้าลองวาดๆ ไป แล้วมันเกิดดีขึ้นมาล่ะ

โจ: ในสภาพแบบนี้เนี่ยนะ ผมทำอะไรดีๆ ไม่ได้หรอก ผมตัน

เจน: ตันไม่ตันน่ะคุณคิดไปเอง

โจ: คุณไม่ได้ทำงานสร้างสรรค์ คุณไม่เข้าใจหรอก

เจน: ก็จริงอยู่ที่ชั้นเป็นแค่คนขายภาพของคุณ ไม่ได้เป็นนักวาดภาพ หรือนักเขียน แต่ชั้นก็พอเข้าใจความรู้สึกไม่อยากทำงานเหมือนกันล่ะน่า ทุกคนเค้าก็เป็นกันทั้งนั้น ไม่อยากตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วนั่งรถติดไปทำงาน ไม่อยากเจอเจ้านายงี่เง่า ทุกคนเค้าก็มีปัญหาของตัวเองทั้งนั้น

โจ: แต่ที่ผมทำ มันเป็นศิลปะนะ ผมก็อยากให้มันออกมาดีที่สุด ทำไปตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี

เจน:  ยังไม่ได้ทำแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าดีหรือไม่ดี

โจ: ศิลปะที่ดี ไม่สามารถเกิดจากอารมณ์ที่เลวได้หรอกนะ

เจน: ใครบอก

โจ: ศิลปินสักคนแหละ




เจน or โจ?

 

 

อยากไม่พอ, อยากให้พอ.

posted on 24 Feb 2009 18:56 by champcpe  in other

 

(เอนทรี่นี้ยาวไม่น้อยแต่ตั้งใจเขียนทุกพยางค์)

 

มีน้องคนหนึ่งมาถามคำถามง่ายๆ แต่ตอบยากว่า "พี่ครับ, ผมอยากเป็นเว็บมาสเตอร์ดังๆ แบบพี่ จะำทำยังไง ช่วยแนะนำด้วยครับ ไฮ่!" (แล้วโค้งหัวทำมุมฉากกับพื้นโลก) (คำบรรยายตรงนี้เวอร์มาก อย่าใส่ใจ)

ประการแรกคือ ผมคิดว่าตัวเองไม่ได้ดังขนาดที่ใครจะอยากดำเนินรอยตาม, ไม่ได้มีแฟนคลับ, เวลาไปเดินห้างก็เดินปกติ ไม่มีสาวหนุ่มมากรี๊ดตู้มให้กลุ้มใจ, ผมพิจารณาตัวเองว่าพอจะเป็นที่รู้จักในระดับที่ 'กำลังอยู่สบาย-กายอุ่น'

แต่อย่างไรก็ตาม, น่าปลื้มอยู่ดี ที่มีคนมาถามแบบนี้

จะบอกว่า "พี่ไม่ดังหรอก" แล้วจบบทสนทนาทันที.. ก็ดูจะไม่เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย

เลยถามน้องเค้ากลับว่า "แล้วอยากเป็นมากแค่ไหนล่ะ"

 

 

คำถามว่า "อยากมากแค่ไหน" ผมว่าสำคัญกับทุกเรื่องนะ

ถ้าอยากลดความอ้วน, อยากลดมากแค่ไหน? อยากลดขนาดที่อดทนไม่กินเลย์ได้หรือเปล่า, อยากลดขนาดที่ออกไปวิ่งออกกำลังกายได้หรือเปล่า, อยากลดขนาดที่กินสลัดผักทุกมื้อได้หรือเปล่า

ถ้าอยากเป็นนักเขียน, อยากเป็นมากแค่ไหน? อดใจไม่ดูซีรีส์ เอาเวลามาเขียนหนังสือได้หรือเปล่า, อดใจไม่ออกไปเดินห้างบ่อยๆ เพื่อเอาเวลามาเขียนหนังสือได้ไหม, อยากเป็นขนาดที่นั่งหลังขดหลังแข็งเป็นชั่วโมง สมองตีบตันอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์กว่าที่จะเค้นออกมาได้แต่ละคำหรือเปล่า, อยากเป็นขนาดที่ยอมเขียนบล็อกไร้คอมเมนต์ไปก่อนเป็นร้อยๆ เอนทรี่ เพื่อรอการค้นพบในอนาคตหรือเปล่า

ถ้าอยากเป็นนักร้อง, อยากเป็นมากแค่ไหน? อยากเป็นขนาดที่จะสมัครเข้าคอร์สเรียนร้องเพลงนรกแตกสามร้อยชั่วโมงหรือเปล่า, อยากเป็นขนาดที่ยอมส่งเดโมเป็นร้อยๆ เพลงไปให้ค่ายเพลงหรือเปล่า, อยากเป็นขนาดที่ไปต่อแถวสมัครเดอะสตาร์หรือเอเอฟได้หรือเปล่า

ถ้าอยากรวย (ซึ่งไม่ผิด - แล้วแต่คนนะเรื่องนี้), อยากรวยมากแค่ไหน? อยากรวยขนาดที่ยอมอดออมไม่ซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมชุดใหม่ได้หรือเปล่า, อยากรวยขนาดที่ยอมศึกษาการลงทุนต่างๆ ให้เชี่ยวชาญหรือเปล่า, อยากรวยขนาดที่รับงานเสริมจนชีวิตวายวุ่นหรือเปล่า

อยากทำสิ่งนั้นๆ มากแค่ไหน? และพร้อมที่จะตัดทอนสิ่งอื่น -- ความอยากอื่นในชีวิตเพื่อให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวังสูงสุดหรือเปล่า? ตัดทอนความสบายชั่วคราวได้หรือเปล่า?

แน่นอนว่าความอยากบางอันก็ไม่สำคัญขนาดนั้น เช่น เราอาจจะอยากลดความอ้วนน้อยกว่าอยากนอนอืดดูทีวีแล้วกินก๊อบกอบไปวันๆ, เราอาจจะอยากวาดรูปน้อยกว่าอยากอ่านการ์ตูน, เราอาจจะอยากรวยน้อยกว่าอยากได้เกมเพลยสเตชั่นสามซึ่งโคตรน่าเล่น

ก็ต้องเลือกเอา, บางคนอยากสุขทีละน้อยๆ แต่มากครั้ง, บางคนอยากสุขทีเดียวตูมไปเลย, ก็แล้วแต่คน, ไม่มีผิดถูกหรอกครับ

แต่คำว่า 'เสียสละ - Sacrifice' เขาไม่ได้เขียนมาเล่นๆ นะจะบอกให้!

 

 

และจะเป็นประโยชน์มาก หากเราสามารถจัดอันดับได้ว่าชีวิตนี้อยากที่จะทำอะไรที่สุด, ยิ่งรู้เร็วยิ่งดี

เอ้า! สมมติอนุญาติให้ชีวิตนี้มีความอยากได้มากที่สุดสักสามอย่าง, เลือกมาสิครับ, แล้วชูความอยากเหล่านั้นไว้สูงๆ, อย่าไปให้ใครมาทำให้แปดเปื้อน และหมั่นปัดกวาดเช็ดถูความอยากเหล่านั้นบ่อยๆ ไม่ยอมให้ฝุ่นจับ

ถ้าอยากเป็นนักร้อง ก็ตั้งมั่นไว้ว่าชีวิตนี้ต้องได้เป็น ไม่ว่าเพื่อนอย่างอีจุ๊บอีแจงอีมุกอีแมวอะไรมาปรามาสใดๆ "หน้าตาอย่างแกเนี่ยนะ" "แกร้องผิดคีย์จะตาย" "แกต้องตกรอบแรกเดอะสตาร์แน่ๆ" "แกอย่าไปเลย ชั้นอาย" ก็อย่าไปสนใจ, ก็เราอยากเป็นซะอย่าง, อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่าชีวิตนี้ต้องการอะไร, เชิดศีรษะ, หันไปถามอีจุ๊บว่า แล้วแกรู้หรือยังวะว่าชีวิตนี้แกอยากเป็นอะไร? พอจบคำก็อย่าลืมสะบัดแผงขนคอเดินออกไปอย่างสง่างามด้วยนะ

 

 

มีเพลงหนึ่งของ Lenka ชื่อเพลง Live like you're dying (จงใช้ชีวิตดั่งคนที่ใกล้ตาย) เนื้อร้องแต่งไว้ดีและเหมาะกับวันนี้มาก

Live like you’re dying and never stop trying.
It’s all you can do, use what’s been given to you.

จงใช้ชีวิตดั่งคนที่ใกล้ตาย, และอย่าละความพยายาม
นั่นแหละทั้งหมดที่เธอทำได้, ใช้ชีวิตที่ได้รับมาให้คุ้มค่าที่สุด

 

 

ผมชื่นชมคนที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คน และรู้สึกเป็นเกียรติที่ชีวิตนี้ได้รู้จักคนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน นักวาด บก. ดีเจ นักทำหนังสั้น นักแต่งเพลง นักร้อง กุ๊ก นักชิม และอาชีพอื่นๆ ที่จาระไนไม่หมด

จุดร่วมที่สำคัญของคนเหล่านี้, พวกเขาไม่ได้แค่อยาก, แต่พวกเขา "อยากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก" (แถมก. ไก่ให้อีกพันสามร้อยตัว), อยากมากพอที่จะมองข้ามความไม่สะดวกหลายประการ, เขาไม่ได้สำเร็จมาอย่างสบายๆ ชิลๆ นะครับ, เขาฝ่าฟันมาเยอะ, มีบาดแผลซ่อนเร้นใต้ชุดสูทสวยๆ ไม่รู้เท่าไหร่

 

 

แล้วคุณล่ะ, รู้หรือยังว่าชีวิตอยากทำอะไร

และที่สำคัญครับ,

 

อยากทำสิ่งนั้นมากแค่ไหน?

 

 

ขอบคุณคนที่อยากกกกกก ทุกคน ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เอนทรี่นี้

อ่านเอนทรี่ก่อน - 10,000 Hours



    follow me on Twitter