leisure

Smiling Moon.

posted on 01 Dec 2008 19:01 by champcpe  in leisure

ได้รับโทรศัพท์จากพี่หมีอ้วนๆ คนนึง ให้มองท้องฟ้าตอนนี้

 

อะไรหว่า ไม่เห็นมีอะไรเลย
 

 

อ๋อ.. อย่างนี้นี่เอง

อัพแถมแบบแถกๆ

มือถือยิ้ม

 

 ปล. เืรื่องเชียงใหม่ คิดว่า ยังไงก็คงน่าจะได้ไปหละครับ ไม่ว่าจะด้วยเครื่องบินหรือรถ ไว้เจอกันนะ :-) 5-10 ธันวาคม

20th Century Boys:The Note

posted on 29 Nov 2008 00:06 by champcpe  in leisure

มีโอกาสได้ไปดู 20th century boys สองรอบ

รอบหนึ่งที่โรงหนัง M สาขาแถวบ้าน พากษ์โดยพันธมิตร

ออกมาจากโรง คุยกับเพื่อนว่า เฮ้ย หนังโดนตัดแน่ๆ 

เพราะมีบางฉากบางตอน พูดยังไม่ทันขาดคำ (แปลตรงๆ เช่น ตัวละครพูดว่า "แล้ว" ก็จะได้ยินแค่ "แล้...") 

ก็ตัดเปลี่ยนไปฉากต่อไปซะแล้ว อารมณ์แต่ละอย่างจึงขาดสะบั้นหั่นแหลกสุดๆ

 

ต่อมาไม่นาน ได้มีโอกาสไปดูที่ลิโด้กับน้องรัก แบบเต็มๆ เป็นซาวน์แทรคและไม่ตัด

จึงได้ประจักษ์แก่ตัวว่า ที่โีรงหนัง M ตัดไปนั้นไม่ใช่เล็กน้อยแค่ห้านาทีหกนาที

แต่ตัดไปรวมกว่า ยี่สิบนาที (หรือมากกว่านั้น?)

และผู้ตัดก็ตัดแบบ.. สักแต่ว่าตัด น่าจะเป็นคนที่ไม่เคยอ่านการ์ตูนมาก่อนแน่ๆ

เพราะบางอย่างบางส่วนก็ตัดซะจน ภาคหน้าผู้ชมคงงงเต้ก ว่าไอ้นี่มายังไง (เรื่องนี้เป็นหนังไตรภาค)

 

ด้วยความแค้น, ผมจึงหยิบสมุดจดขึ้นมาทำการลิสท์ฉากที่ถูกตัด จดมันดื้อๆ ท่ามกลางความมืดของโรงหนังนั่นแหละ

และนี่คือสมุดโน้ตหน้านั้น

 

*** ข้างล่างนี้สปอยล์จนน่ากลัว หากไม่ต้องการเห็นก็จงเลื่อนข้ามไป ***

 

 

 

 

 

(่อ่านไม่ค่อยออกเหมือนกัน จดในความมืดน่ะ เลยบรรทัดซ้ำบ้างไรบ้าง)

 

ที่น่าระอายิ่งกว่าคือ โรง M ฉายโฆษณากว่า 40 นาที ในรอบที่ดู ทั้งๆ ที่สามารถเอาเวลาตรงนั้นมาฉายหนัง เพื่อให้ไม่ถูกตัดแทนได้

เข้าใจครับว่า โรงหนังอยู่ได้ด้วยโฆษณา เป็นธุรกิจร้อยพันล้าน

เข้าใจครับว่า หนังยาว (2 ชม. 20 นาที)

แต่ว่าทีหลังบอกก่อนซื้อตั๋วหน่อยก็ดีเนอะ ว่าตัดไปยังไงเท่าไหร่ กี่ % ผู้ชมจะได้มีสิทธิ์ได้รับข้อมูลหน่อย จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะดูไหม

ไม่ชื่นชมเลยครับ จริงๆ


Rating
20th Century Boys แบบตัด = 25% (ไร้แก่นสารมาก)
20th Century Boys แบบไม่ัตัด = 65% (ซื่อตรงกับต้นฉบับไปหน่อย แต่ก็เอาวะ ถือว่าดูการ์ตูนแบบคนแสดง)

ปล. เห็นเขาว่าโรงที่ไม่ตัด มีแค่ ลิโด้ กับพารากอน นะครับ ไม่รู้จริงเท็จอย่างไรเหมือนกัน

 

Chiang Mai Meet.

posted on 09 Nov 2008 16:45 by champcpe  in leisure

 

เนื่อง ด้วย ข้าพเจ้า จะไปเชียงใหม่ วันที่ห้าถึงเก้าธันวาคมนี้ เนื่องในโอกาสที่อะบุ๊ก (a book) จะขนพลพรรคหนังสือและนักเขียนไปขาย ณ ไอเบอรี่ แล มช.

ข้าพเจ้าจึงเกิดความปรีดาอยากเจอสมาชิกผู้พำนักในเชียงใหม่มากๆ (ดูอีกกระทู้แล้วเหมือนจะมีหลายคน) เลยอยากรบกวนถามว่า ใครพอจะสะดวกในวันดังกล่าวบ้างครับ มากินข้าว มาพาผมเที่ยวหน่อย~~ (มาดหายหมด)

เนอะ เนอะ

ปล. ข้าพเจ้าจะไปกับ พี่บิ๊กบูน และหากโชคดี อาจจะมีนักเขียนท่านอื่นๆ ไปร่วมแจมด้วยนะจ๊ะ

ปล2. กำลังเวิร์คให้ บองเต่า และ คุณวิชัย มาร่วมอยู่

Keyboard.

posted on 18 Oct 2008 00:02 by champcpe  in leisure

วันนี้ซื้อคีย์บอร์ดมาใหม่

ไม่ใช่คีย์บอร์ดที่เอาไว้พิมพ์ๆ นะ

แต่เป็นคีย์บอร์ดที่เอาไว้เล่นๆ

อิเล็กโทน ก็ว่า ก็เรียกกัน

แต่รู้สึกศัพท์จะเก่าไปหน่อย

เดี๋ยวจะรู้หมดว่าเกิดปีไหน

 

ไม่ได้เล่นมานานแล้ว นับจากจบมหาลัย

พอมาลองแตะๆ ก็ได้แค่ก๊องแก๊ง

คงต้องอาศัยเวลาในการปัดฝุ่น

ไล่โดเรมีฟาซอลไปเรื่อยๆ

 

ถ้าเล่นเก่งเร็วเหมือนชาวซิมคงดี

ชาวซิมนี่ ถ้ามีอาหารกับส้วมอย่างพอเพียง และมีคีย์บอร์ดให้หนึ่งตัว

เขาจะสามารถไต่ระดับเทพได้ในเวลาเพียงสามวันเท่านั้น

ช่างน่าอิจฉา

ชีวิตจริงใครทำอย่างนั้นได้ก็ต้องหลุดออกมาจาก

ฟอรเรสท์ กัมป์, บิวตี้ฟูล ไมนด์, หรือไอแอมแซมแน่ๆ

 

ถ้าพูดถึงคาแรกเตอร์การ์ตูนนี่เล่นเปียโนเก่งๆ

ที่เราพอรู้จักก็มีจากสองเรื่อง

วัยกระเตาะ ตี่งตีงตี๊ง (หลังๆ ไ่ม่กระเตาะแล้วแต่กลับลำเปลี่ยนชื่อไม่ทัน)

กับ โนดาเมะ (ชื่อไทยว่า วุ่นรัก นักดนตรี ว่ะ.. ไม่กล้าเรียก)

เขียนการ์ตูนเล่นเปียโนนี่ท่าทางยากพอๆ กับเขียนการ์ตูนทำอาหาร

เพราะต้องสื่อสิ่งที่ไม่เป็นภาพให้ออกมาเป็นภาพให้ได้

การ์ตูนทำอาหารก็ต้องสื่อถึงรส 

การ์ตูนเล่นเีปียโนก็ต้องสื่อถึงเสียง

 

กลับมาที่เรื่องคีย์บอร์ดของเรา

เอาเหอะ เล่นไม่เก่งก็ไม่เป็นไร

ไม่ใช่จะเล่นไปประกวดที่ไหนนี่

ขอแค่เล่นเป็นเพลงได้บ้างก็พอ

เวลาทำงานเครียดๆ เหนื่อยๆ

จะได้มีอะไรไว้ให้พอคลายเส้น

คิดแบบนี้แล้วก็รู้สึกดี

Today, I met..

posted on 12 Oct 2008 21:11 by champcpe  in leisure

วันนี้ไปงานหนังสือมาอีกรอบ เจอบุคคลเหล่านี้

พี่บิ๊ก (ของแน่อยู่แล้ว) บองเต่า เฮียวิชัย ใบพัด

พี่อัพทรงศีล ต้องการ เดอะดวง หมู puck (เซ็นต์หนังสือว่า "exteen จงเจริญ" น่าร้ากกก ) กุ๊กกิ๊ก (บล็อกทำอาหาร)

เนื่องจากเหนื่อยมาก เลยลืมถ่ายรูปทุกสิ่งอย่าง

โดยเฉพาะรอบบูธ a book คนเยอะมากจนอยากเป็นลม

ไม่ใคร่ได้สนทนากับใครเท่าไหร่ เนื่องจากต้องควบคุมตัวเองมิให้หมดสติไปเสียก่อน

เห็นแจกลายเซ็นต์กันยุ่งๆ ด้วย ไม่อยากกวน

 

วันนี้ งานหนังสือยังคนเยอะเหมือนเดิม เก็บหนังสือตกค้างมาได้อีกนิด..

Book Fair.

posted on 11 Oct 2008 21:26 by champcpe  in leisure

วันนี้ไปงานหนังสือมา (และคาดว่าจะได้ไปอีกหลายวัน)

งานหนังสือคราวนี้ เป็นคราวแรกที่ผมรู้สึกว่า "เฮ้ย ทำไมหนังสือออกน้อยจังวะ"

อย่างบูธของสนพ. วงกลม หรือ OPEN ก็ไม่ค่อยมีอะไรออกใหม่ๆ มาให้อ่านกัน

อย่างบูธ Nation Horror ก็มีออกใหม่เล่มเดียว แถมยังไม่มาซะอีก

บูธอื่นๆ ที่ปกติจะสอยได้เล่มสองเล่ม คราวนี้ก็กลับไม่มีอะไรพิเศษให้สอยเลย

 

อย่างไรก็ตาม บูธหนึ่งที่ไม่เคยทำให้เราผิดหวัง ก็คือบูธ Bliss

ที่เราต้องเหมาโหลซื้อ J-Book แบบฆาตกรรมๆ มาทุกคราว

คราวนี้ก็มีออกตั้งเก้าเล่มแน่ะ

นั่นนับเป็น 50% ในการจับจ่ายของเราในวันนี้

 

อีกบูธหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้

ก็คือบูธ a book ที่เห็นบอกอยืนปุ๊กลุกอยู่นอกบูธ

คราวนี้เขาออกตั้งหลายเล่ม ถ้าเป็นม้าก็ต้องบอกว่าแรงดีมาก

แต่ละเล่มก็มีชาว exteen ไปแจมมากน้อยต่างกัน

บางเล่มก็วาดภาพประกอบให้ บางเล่มก็เขียนเองทั้งหมด

 

ขอรีมาร์คเป็นตัวเล็กๆ ถ่อมตนว่า เราก็แอบไปเขียนๆ อยู่บ้างเหมือนกันนะ

ถึงจะเป็นแค่คอลัมน์จิ๋วๆ ก็เถอะ

หนังสือที่เราไปแจม เป็นบุ๊กกาซีนของ a book ชื่อว่า abc

ซึ่งคราวนี้ก็ออกมาเป็นฉบับที่สองแล้ว

น่าเสียดายที่ตัวจริงยังไม่มาให้ซื้อวันนี้

สอบถามแล้ว เห็นคุณบอกอบอกว่าจะออกเสาร์หน้า

ถ้ามีโอกาสแวะไปแถวนั้น ในวันดังกล่าว

หากซื้อแล้วมาอัพโชว์ใน exteen

คนเขียนจะดีใจมากครับ

 

มาถึงเรื่่องที่ไม่ชอบบ้าง

เดินๆ ในงานไป เบียดเสียดคนไป

เจอบูธหนึ่ง ที่ไม่เข้าใจว่าได้สิทธิพิเศษอะไรหรือเปล่า

เขากั้นทางเดินที่แคบๆ อยู่แล้ว ให้กับบูธตัวเองไปเสียอีกครึ่งค่อนเลน

การจราจรตรงนั้นเลยติดขัดมาก เรียกได้ว่าแทบเดินไม่ได้เลย

เราไม่เข้าใจว่า เขาตกลงกับทางผู้จัดงานมาก่อนหรือเปล่า

ถึงจะตกลงหรือไม่ เราก็ว่า เห็นแก่ตัวว่ะ

ถ้าสมมติบูธตรงข้ามเขาเอามั่ง ขอกั้นอีกครึ่งนึง

จะเหลือที่ให้เดินมั้ย?

 

อีกอย่างที่ไม่ชอบคือ บางบูธ ชอบเรียกร้องความสนใจ

เอามาสคอตมาเดินๆ แถมต้องเดินช้าๆ นัยว่ากลัวคนไม่เห็น

ถ้ามาสคอตตัวเล็กก็ไม่ค่อยเป็นไรเท่าไหร่

แต่นี่วันนี้ที่เห็น มาสคอตหัวใหญ่มากก

ทำเป็นรูปขนมปังแผ่น ไม่รู้หรอกนะว่าจะสื่อถึงอะไร

แต่ใช้พื้นที่ในการเดินประมาณคนห้าคนเดินเรียงหน้ากระดาน

แถมเวลาเดินต้องมีขบวนพนักงานเดินตามหลังอีกห้าหกคน

รู้ครับรู้.. ว่าอยากขายของ

แต่เห็นแล้วบางทีก็อยากกระโดดถีบเหมือนกันนะ

ถ้ากระโดดถีบขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าท่านมาสคอตจะลุกได้มั้ย

อาจจะลุกไม่ได้ หัวหนักไป

เออ.. จริงๆ ที่ให้พนักงานเดินตามหลังเยอะๆ นั่น 

อาจจะเอาไว้ช่วยเวลาล้มก็ได้นะ หึหึ

 

คิดว่าหลังจากนี้คงได้ไปเยี่ยมงานหนังสืออีกหลายวัน ด้วยเหตุผลหลายประการ

ถ้าอย่างไร มีอะไรน่าสนใจจะมาเล่าให้ฟังเรื่อยๆ 

หวังแต่ว่า อะไร "น่าสนใจ" ที่ว่า

 

จะเป็นเรื่อง "น่าสนใจ" ในทางดีนะ.

 

Jatujak.

posted on 01 Sep 2008 17:00 by champcpe  in leisure

 

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปเดินจตุจักร

ตั้งใจว่าจะไปซื้ออะไรเล็กๆ น้อยๆ มาประดับตกแต่งบ้าน.. และร่างกาย

และจะไปแวะร้านการ์ตูน (มือสอง) ข้างๆ ด้วย

เนื่องจากช่วงนี้เกิดภาวะ "หมดสื่อจะเสพ" อย่างแรง เลยจะไปหามาเพิ่มเติมเสียหน่อย

ยิ่งช่วงนี้ต้องการสื่อที่จะเสพมากเป็นพิเศษ สื่อที่ทำให้เราหนีความจริงได้

จะเปิดทีวีดูข่าวทั้งวันก็ใช่ที่ เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ

ขออะไรให้มันบันเทิงหัวใจกว่านั้นหน่อย

 

 

ร้านการ์ตูนมือสองร้านนี้ เป็นร้านที่เราเป็นลูกค้าประจำตั้งแต่เรียนอยู่เกษตรฯ

ไปอาทิตย์เว้นอาทิตย์ จนเจ้าของร้านจำได้

ว่าถ้าไอ้นี่เดินเข้าร้านมา ขากลับ มันจะต้องแบกการ์ตูนไปจนหลังหักแน่ๆ

 

เราเว้นว่างจากการไปเยี่ยมร้านเธอมาปีหนึ่งแล้ว

คิดว่าเธอคงลืมหน้าเราไปแล้ว

ที่ไหนได้  พอเข้าร้านไป เห็นหน้ากันปั๊บ เธอทัก

"ไม่ได้มานานนะ นึกว่าทำงานแล้ว เลิกอ่านการ์ตูนแล้ว"

 

อาจจะฟังดูเวอร์ไปนิด แต่เรารู้สึกดีใจ ดีใจที่เค้าจำได้

การจำหน้าลูกค้าได้ แม้เขาจะหายไปเป็นปี นับเป็นความสามารถพิเศษอย่างหนึ่ง

เป็นสัมผัสแห่งมนุษย์ (Human touch) เป็นบริการเพิ่มค่า ที่ทำให้ร้านน่าเข้ามากขึ้น

และเพิ่มความจงรักภักดีต่อแบรนด์ของลูกค้า ให้สูงขึ้น

 

คุยไปคุยมา เจ้าของร้านบ่นให้ฟังว่า อีกไม่นาน มีแววอาจจะต้องย้ายร้านไปที่อื่น

เนื่องจากได้ข่าวมาว่า โรงหนังเมเจอร์ มีแผนจะตั้งสาขาใหม่แถวนั้น

หากจับพลัดจับผลู ต้องย้ายร้านขึ้นมาจริงๆ เธอก็ต้องไปสร้างฐานลูกค้าใหม่เกือบทั้งหมด

ไม่รู้ว่าข่าวนั้นเป็นข่าวเต้าหรือข่าวจริง

แต่ถ้าเป็นจริง ก็น่าเสียดาย

น่าเสียดายตรงที่

 

เธออุตส่าห์จำเราได้แล้ว.

 

 

 

เกร็ด: ชื่อจตุจักร ถูกตั้งขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุครบสี่รอบฯ (สี่สิบแปดปี) ความหมายของชื่อ "จตุจักร" แปลว่า "สี่รอบราศี"

Antonio.

posted on 29 Aug 2008 18:39 by champcpe  in graphics, leisure

 

ขอเชิญท่านพ่อแม่และพี่น้อง
ร่วมกันมาล้อมวงที่ตรงนี้
มีนิทานเก่าแก่อยากจะเล่า
ขอเชิญเข้ามาฟังให้ถนี่

 

 

นานมาแล้วมีหมีอยู่ตัวหนึ่ง
ทำหน้าบึ้งขึ้งต่อโลกตลอดเวลา
แอนโทนิโอคือชื่อตัวของเขา
และความเศร้าคือสิ่งที่เขาใฝ่หา

ทำหน้าบึ้งมิเว้นว่างแม้วัน
แม้ทุกคนกำลังสนุกสุขหฤหรรษ์
เลยมีคนถามทำหน้าบึ้งทำไม
หมีตอบไป "อย่ามายุ่ง เรื่องของข้า"

 

 

ที่จริงแล้วแอนโทนิโอแอบร้องไห้
เพียงแต่ไม่ให้ใครเห็นน้ำตา
ด้วยกำเนิดเกิดมาไม่สวยใส
ไม่เหมือนใครที่อยู่ในโลกหล้า

 

 

สัตว์ตัวอื่นถูกประกอบมาอย่างดี
แต่ตัวนี้เจ้านายไม่นำพา
ของคนอื่นใช้กาวช่วยประกอบ
ตัดแปะขอบอย่างระวังมิใบ้บ้า

 

 

แอนโทนิโอถูกแปะด้วยเทปกาว
ไม่มีสาวที่ไหนเคยแลเหลียว
เป็นสิ่งที่เขาสุดจะไม่พราวด์
ซ่อนเทปกาวไว้ข้างใต้ีทีเดียวเชียว

 

 

 

มีอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาทนได้
อยู่ต่อไปในโลกที่มืดหม่น
เขาชอบกินซูชิเป็นที่สุด
มีที่ไหนต้องพูด "ขอด้วยคน"

 

 

วันหนึ่งเขาถูกแซวเป็นการใหญ่
ด้วยเทปกาวแปะไม่ไหวจึงหลุดลอก
แอนโทนิโอดูเป็นหมีที่พิการ
ทั้งจัณฑาลอุบาทว์และกระจอก

 

 

รวบรวมแรงแปะคืนสู่ที่เก่า
แล้วเดินเศร้ามุ่งหน้าสู่ผาสูง
หากชีวิตไม่มีดีแต่อย่างใด
คงไม่มีอะไรจะชักจูง

 

 

โดดลงมาหวังคร่าหนึ่งชีวิต
ใกล้พื้นดินเท่าไหร่ใจฉุกคิด
พรุ่งนี้มีซูชิแฟร์ในหมู่บ้าน
ทรมานใจ-เพิ่งรู้ "เลือกวันผิด"

 

 

เสียใจไปคงมิได้อะไรแล้ว
น้ำตาเริ่มไหลออกมาน่าเป็นลิตร
ถึงอย่างไรชีวีนี้คงไม่แคล้ว
ยิ่งคิดไปมันก็ยิ่งน่าหงุดหงิด

 

 

ใจเริ่มปลงตรงดิ่งสู่เบื้องล่าง
เสียดายเีพียงซูชิไข่สุดฮิต
หากมีคำพูดสุดท้ายจะฝากไว้
"ซูชิไข่ ไอเลิฟอิท ไอเลิฟอิท"

 

 

 

ฉับพลันนั้นเหมือนสวรรค์จะเป็นใจ
ตรึงแอนโทนิโอไว้ไม่ให้ร่วง
ด้วยเทปกาวที่หลุดออกมาไซร้
ดันพันพัวกับขอบผาพาเป็นบ่วง

 

 

ปีนขอบผา..แอนโทนิโอตื้นตันหนัก
เริ่มจะรักเทปกาวที่แปะร่าง
หากไม่ได้เจ้าช่วยดึงข้าขึ้นมา
ข้าคงแหลกเหลวเละอยู่ข้างทาง

เริ่มสำนึกบุญคุณของปมด้อย
ที่เคยคอยเป็นบ่วงพันฉันโดนล้อ
บัดนี้เป็นบ่วงชีวิตเมื่อคิดสั้น
ช่วยดึงฉันจากหุบเหวหลุมบ่อ

สิ่งที่มีควรพอใจในนั้นเถิด
ความคิดเกิดฉับพลันในตัวหมี
แม้เทปกาวจะดูไม่สวยเท่าไหร่
แต่ก็ใช้ประโยชน์ได้เก๋ไก๋ดี

 

 

วันรุ่งขึ้นแอนโทนิโอเดินมาดมั่น
เข้าไปร้านซูชิแฟร์อย่างสุขี
ซูชิไข่ที่โปรดปรานนานมานั้น
คงถูกฉันห่อเจี๊ยะเสียบัดนี้!

 

  อ่านเกียวกับโครงการ Nokhook Paper Toy Project ได้ที่นี่ครับ

ของท่านอื่นๆ :

  1. คุณช้าง by kengkadeng
  2. onetwothree by tabunstudio

 

วัดพระแก้ว's Patterns

posted on 23 Aug 2008 23:03 by champcpe  in graphics, leisure

ไปวัดพระแก้วมา ด้วยมีคนอยากไปทำบุญวันเกิด.

ไ้ด้ที จึงคว้ากล้องมาถ่ายแพทเทิร์นต่างๆ ในวัด พบว่ามีหลายลวดหลายลายน่าสนใจ

ฝีมือถ่ายรูปอาจจะด้อยหน่อย, อย่าสนใจ, กรุณาดูที่เนื้อหา

หากต้องการดูรูปที่ดูรู้เรื่องกว่านี้ สามารถไปที่ พิกาซ่า เจ้าประจำ ได้เลย

 







 

  รับชมแล้วหากทิ้งคำติไว้จะเป็นพระคุณครับ

Me Want Food.

posted on 22 Aug 2008 17:02 by champcpe  in leisure

งานอดิเรกอย่างหนึ่งที่ชอบทำของเรา คือการทำอาหาร

ก็..ทำไม่ได้เก่งกาจอะไรมากมาย แต่กินอาหารที่ทำเองแล้วรู้สึกภูมิใจพราวด์ออฟมายเซลฟ์

และจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกครั้งที่ต้องถ่ายรูปอาหารที่ตนเองทำ

นัยว่าเพื่อปรับปรุง และเพื่ออวดแอ่แด่ชาวโลก (เน้นจุดประสงค์อันหลังมากกว่า)

ถ่ายธรรมดาไม่ได้ ต้องหามุมให้สวยด้วย หลอกตาประชาชีให้รู้สึกว่ามันน่ากิน

ซึ่งบางครั้งก็ประสบความสำเร็จ แต่ส่วนใหญ่จะไม่

รูปอาหารทั้งหมดที่เคยทำ (บางครั้งด้วยความตระหนก หรือความหิว ก็ไม่ได้ถ่ายไว้)

ถูกอัพโหลดลงบน
ปิ๊ ก า ซ่ า

นี่เป็นบางส่วน