Nihongo Go Go!

posted on 22 Jun 2009 14:42 by champcpe in leisure
ทีปกรเพิ่งเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นได้หนึ่งเดือนครับ
ถ้าการ์ตูนข้างล่างนี้ใช้ความรู้ผิดๆ ต้องขออภัยผู้เีชี่ยวชาญไว้ก่อนด้วย
แหะๆ
 
 
 
พยายามอธิบายก่อน...
 
 
... ถ้าใครมีคำอธิบายที่กระจ่าง ก็กรุณาช่วยอธิบายให้ผู้ด้อยฯ คนนี้ด้วยนะครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

เห็นทับศัพท์แบบนี้ หลายคนยังฟังไม่เข้าใจเลย นึกว่าพูดภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ เค้าเทียบเสียงตามตัวอักษรกันดื้นๆ ก็เล่นมี โอะ อะ อู กลายเป็นหางเสียง
เคยเรียนเหมือนกันค่ะ

เขียนได้แต่ฮิรางานะ
คันจิกับโรมันจิ ไม่กระดิกเลย


เป็นอีกภาษาที่ยาก แต่คำศัพท์น่ารัก


จำได้แต่ enpistu แปลว่า ดินสอไม้

#60 By แวนด้า on 2011-03-04 22:19

บางคำ ถ้าจะพิมพ์เป้นโรมาจิ
ที่ถุกต้องจริงๆ ล่ะก็
ควรจะมี - (ขีด)
เพื่อให้รู้ว่าอ่านเป็นเสียงยาว ก็น่าจะดีนะคะ
จะได้ออกเสียงได้ถูกต้อง
เพราะเคยพูดเสียงยาว เป็นเสียงสั้น
คนญี่ปุ่นเค้าก็ทักมาน่ะค่ะ
เพราะอาจจะทำให้ความหมายผิดเพี้ยนไป
เหมือนภาษาไทยนั่นแหละ หุหุ confused smile

#59 By icyyy on 2010-05-14 21:00

ฮาๆๆๆ แบบว่าเรียนญี่ปุ่นอยู่บ้างเหมือนกันค่ะ
แรกๆก็จำได้แต่พวกนี้ด้วยสิคะ
คิดว่าคำทับศัพท์ง่ายกว่าที่เป็นคำของเค้า
แต่ไปๆมาๆอาจารย์ให้อ่านคาตาคานะแปลกๆแล้ว ยอมไปตั้งใจอ่านศัพท์ที่เรียนก็ได้
มึนมากเลยค่ะ
ปล.ถูกใจ#6จังค่ะ หุหุ

#58 By Jinny^-^ on 2009-11-03 16:51


จิงๆ นะค่ะ


=________= ;

#57 By x SK x on 2009-10-08 14:48

เป็นภาษา ที่เข้าใจยากแท้sad smile

#56 By ★ Nemui★ on 2009-09-09 20:22

เอาอีกๆ

#55 By grammarman on 2009-09-08 20:50

頑張ってね
日本語の字は200字ぐらいだけです。wink
少ない(じゃない)ねぇ。

#54 By osamu on 2009-07-18 18:50

ท่าทางน่าสนุกนะคะ
<<เราใช้จนชิน ลืมความสนุกตรงนี้ไปแล้ว

เห็นด้วยกะ #14 บางคำกว่าจะคิดออกเล่นเอาเหนื่อย นอกจากการทับศัพท์พิลึกๆ แล้วคุณไวยากรณ์ยังพิลึกไม่แพ้กันเลยล่ะค่ะ (แต่จะว่าไปภาษาไทยเราก็เป็นเหมือนกันล่ะนะ แต่ใช้จนชินแล้วเลยไม่รู้สึกอะไร)

ガンバレcry

#53 By อคิเอง❤ on 2009-06-28 12:57

555 กาตูนขี้โกง

#52 By plariex on 2009-06-24 15:34

55555


ดีออกนะ เก่งหลาย ๆ ด้าน ไง big smile

#51 By i'm drizzle =] on 2009-06-23 02:13

sad smile ซับซ้อนจริงๆ

#50 By (^_^)/nana on 2009-06-23 00:38

:)
gambare!
ถ้าสังเกตุดูภาษาไทยก็ด้วยแหละครับที่ทับศัพท์open-mounthed smile

#48 By พีสิบสาม on 2009-06-22 22:24

ว่าไป สมัยก่อนภาษาไทยเราก็ทับศัพท์หลายคำนะครับเนี่ย ทีวี เชิ้ต ดิจิตัล แต่ไหงสมัยนี้มันขยันกันแปลไทยกันจัง

#47 By manop on 2009-06-22 22:23

ตลกว่ะแก๊...open-mounthed smile

#46 By บองเต่า on 2009-06-22 22:06

5555
บ่นเหมือนเเม่หนูเลย
ไปเรียน ภาษาญี่ปุ่นมาเเน่เหรอ เนี่ย ไรงี้
confused smile confused smile confused smile confused smile

#45 By ploilek on 2009-06-22 22:04

sad smile

#44 By ดาวถัดมา on 2009-06-22 22:03

คอมพิวเตอร์เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกอย่างนึงว่า パソコン(pasokon)อย่าอ่าว่าปังคอมนะ

กล้องดิจิตอล=dijikame
confused smile confused smile confused smile
เห้นด้วยกับพี่โก๋สิจ๊ะค่ะ!!+

#42 By ลูกคนโตเอง on 2009-06-22 21:45

เรียนเหมือนกันวันนี้ คำพวกนี้ซะด้วย confused smile

#41 By NOT_KUNG on 2009-06-22 21:38

5555

#40 By b-padung Studio on 2009-06-22 21:01

ภาษาญี่ปุ่น มันเป็นแบบนี้เหรอเนี่ย..

อิอิ sad smile

#39 By PunPrai on 2009-06-22 20:52

เราเรียนจีนฮ่ะ
พึ่งเรียนเหมือนกัน

ว่าแ่่ต่ ภาษายุ่นนี้
เข้าใจยากจังเลยแฮะ

#38 By namnampai on 2009-06-22 20:43

รู้แต่อายิโน๊ะโมโต๊ะ ใส่แล้วอร่อย
อ่านการ์ตูนได้มาหลายคำเชียว ไฟโตะ!เน้อ confused smile

#37 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-06-22 20:40

คุณแชมป์เรียนเป็น romanji หรือ ว่าตัวญี่ปุ่นเลยอะ

ต้องท่องๆๆๆๆ จะได้จำได้แม่นๆ

เรียนจนจบเล่มหนึ่งเอง ไม่ได้เรียนต่อเลย

#36 By ~ Ordinary Girl ~ on 2009-06-22 19:23

อยากเรียนอยู่เหมือนกันค่ะ

#35 By ~memay~ on 2009-06-22 19:21

น้องบาสรู้แค่งูๆปลาๆค่ะ

ขอแค่อ่านคาตากานะได้ก็ภูมิใจตัวเองแล้วค่ะ ฮาาาา

#34 By BassYoncE on 2009-06-22 19:15

ก็ต้องบอกว่า ก็ไม่ต่างอะไรกับภาษาไทย

ซึ่ง ที่เราพูดอยู่ทุกวัน พูดคำไทยจริงๆ น้อย มากๆ

#33 By [ พี โพ แคน ] on 2009-06-22 19:00

ได้ยินเพื่อนที่เรียนสายศิลป์ญี่ปุ่นบ่นมาเหมือนกันค่ะopen-mounthed smile

มันว่ายุ่งยากซับซ้อนเป็นที่สุด

ประโยคแต่ละประโยคอาจจะแปลความหมายจากหลังมาหน้า หน้าไปหลัง หรือกลางไปหน้าไปหลังก็ได้ทั้งนั้น

#32 By olive on 2009-06-22 18:37

ตั้งใจว่าจบโทแล้วจะไปเรียนบ้างครับ

#31 By เจ้าชายน้อย on 2009-06-22 18:29

อยากเรียนอีกเหมือนกันอะค่ะ

ไม่ว่าจะเรียนภาษาอะไร คำศัพท์ มันก็สำคัญทั้งนั้นเลยเนอะwink

#30 By hypercat on 2009-06-22 17:39

ยุ่นๆ

#29 By Arcobaleno on 2009-06-22 17:37

confused smile ถ้าได้ใช้บ่อยๆก็จะชินเน้อ

#28 By Airin on 2009-06-22 17:17

แบบนี้ล่ะค่ะภาษาญี่ปุ่น
พี่แชมป์ลองเรียนภาษาจีนควบไปด้วยกันสิคะ
จะได้สับสนเหมือนแพร confused smile confused smile

#27 By Prae on 2009-06-22 16:59

ตัวเขียนสวยดีเนอะ ภาษาญี่ปุ่นอ่ะ big smile big smile

#26 By Initmate on 2009-06-22 16:51

#10 เพราะภาษาญี่ปุ่นไม่มีเสียงสะกดแม่กด ฮะ ^^" ถ้าเขียนเสียงอ่านเป็นสัทอักษร พวกแม่กดก็จะใช้เป็นตัว t สะกดกัน ... ดังนั้นพวกที่เป็นแม่กดทั้งหลายคนก็จะอ่านเป็น tto กันหมด

เพิ่มเติมของ #16 ว่า ペン→万年筆 << ตัวนี้หมายถึงปากกาหมึกซึมนะฮะ แปลจากตัวคันจิจริงๆแล้วจะได้ความว่า "พู่กันหมื่นปี" ( ใช้เขียนได้เรื่อยๆไม่ต้องจุ่มหมึกบ่อยๆ ) เลยหมายถึงปากกาน่ะฮะ :D

เรื่องการใช้ทับศัพท์ มันก็คงเหมือนเมืองไทยล่ะฮะ ที่ใช้คำทับศัพท์หลายๆอย่างแม้จะมีภาษาไทยกำกับ... ไม่มีใครเรียกคอมพิวเตอร์ว่าคณิตกรจริงๆใช่มั้ยล่ะฮะ ^^"


ถ้าอยากจะแนะนำศัพท์แปลกๆ ลองเอาพวกศัพท์ย่อไปแนะนำสิฮะ :P
คนญี่ปุ่นนิยมย่อศัพท์ที่มันยาวๆให้เหลือแค่ 4 พยางศ์ อย่าง Personnal Computer ก็ย่อเหลือ พาโซคอม( pasocon ), กล้องดิจิตอลก็ย่อจาก Digital Camera เป็น ดิจิคาเมะอย่างในมุข, Word Processer ย่อเป็น วาโปร ( waapuro ) อะไรพวกนั้น

#25 By Jelphyr on 2009-06-22 16:37

เท่าไร

ฮาวมัช"จิ"

#24 By WhiteMapleS on 2009-06-22 16:36

น่าเรียนจริงๆภาษาญี่ปุ่น

#23 By eeddy(อี๊ด) on 2009-06-22 16:29

โอ้.. มีคนมาสอนศัพท์เยอะแยะเลย ขอบคุณคร้าบ confused smile
#17
ที่จริงแล้ว พวกสีเองก็มีคำญี่ปุ่นอยู่แล้วค่ะ
オレンジ色→橙色
ピンク色→薄紅色、桃色
ที่สีใช้คำทับศัพท์มากกว่า ส่วนหนึ่งอาจจะเพื่อใช้ในการสอนเด็กด้วยค่ะ ทางนี้ก็เลยแพร่หลายมากกว่า

ส่วนมีด
ナイフ→包丁、小刀


#19
ข้าพเจ้าก็เพิ่งทราบว่าคำนี้เอาของจีนมาใช้ทั้งอย่างนั้นเลยสินะคะเนี่ย (><
สองประเทศนี้เขาใช้ตัวอักษรคล้ายกันหลายคำจนข้าพเจ้าก็งงค่ะ ยังต้องศึกษาอีกเยอะsad smile

#21 By ohohoh on 2009-06-22 15:58

เรโซโขะ มันแปลว่า ตู้เก็บความเย็น 5555 ตรงตัวดีเนอะ question

พวกศัพท์ที่มาจากภาษาต่างประเทศบางคำก็ปรับเรื่งอการอ่านออกเสียงให้เข้ากับคนญี่ปุ่นน่ะค่ะ เช่นตัว F, H, V ที่อ่านออกเสียงลำบากก็จะเปลี่ยนไปให้เข้ากับลิ้น(?)คนญี่ปุ่นค่ะ

คุณแชมป์.. เมโกะเพิ่งไปเจอมาสดๆร้อนๆเลยค่ะ เป็นศัพท์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เรียนมาก็หลายปีแล้ว... ไม่เคยพบไม่เคยเห็น....

มันคือคำว่า "โฮะ- อิ๊ป- ปุ" เป็นคาตากานะค่ะ...


ทายสิว่ามันคือคำว่าอะไร.....................




เฉลย...







"วิป"ครีมค่ะ




sad smile


ล้ำลึกจริงๆเลย.......................................

#20 By Meiko S. on 2009-06-22 15:50

ตอบคุณ ohohoh

หรือบางคำก็จะใช้คันจิแทนโดยที่คงเสียงเดิมในภาษาต่างประเทศเอาไว้ด้วยค่ะ
コーヒー→珈琲

คิดว่าคำนี้ ไม่ได้เลียนเสียงภาษาต่างประเทศ
แต่เป็นใช้คำจีนมากกว่านะครับ
(จีนก๋ต่างประเทศนี่หว่าsad smile)

#19 By sage_nu on 2009-06-22 15:43

อ๊ะ ตูนช่อง confused smile

อืม ว่าไป เหมือนจะง่ายเนาะ แต่ว่ายากจะตัย
ท่าทางหนุก confused smile

#18 By p.cobra on 2009-06-22 15:42

ก็งงกะมันเหมือนกัน
อยาง สีส้ม oranju มั้งนะ
สีชมพู pinkku
แต่สีเขียวนี่ midori งง นึกจะ ทับศัพท์ก็ได้ด้วย อิอิ
พิ่งรู้ว่า ญีปุ่นเพิ่งหันมาใช้มีดด้วยอะ
เพราะ มีก็เรียกทับศัพท์ งง อิอิแต่ก่อนคงใช้ดาบหั่นผักอิอิconfused smile confused smile

#17 By Dome on 2009-06-22 15:38

ที่จริงแล้ว คำทับศัพท์พวกนี้บางคำก็มีที่เป็นภาษาญี่ปุ่นเลยด้วยค่ะ แต่มันยาวและจำยาก คนญี่ปุ่นเองเขาก็ไม่ค่อยใช้เหมือนกัน

デパート→百貨店
ペン→万年筆
เป็นต้น

ทีวีกับวิทยุเองก็มีคำญี่ปุ่นค่ะ อันนั้นใช้คันจิที 5-6 ตัว สารภาพว่าข้าพเจ้าก็ไม่มีทางจำได้โดยเด็ดขาดsad smile

หรือบางคำก็จะใช้คันจิแทนโดยที่คงเสียงเดิมในภาษาต่างประเทศเอาไว้ด้วยค่ะ
コーヒー→珈琲

ปล. ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่า"กล้องถ่ายรูป"จะใช้คำว่า 写真機 ค่ะ แต่มันโบราณมาก

#16 By ohohoh on 2009-06-22 15:38

อารมเดียวกับเกาหลีconfused smile

#15 By sage_nu on 2009-06-22 15:31

ต้องมานั่งเดาคาตาคานะนี้ก็ปวดหัวใช่ย่อยครับ open-mounthed smile sad smile

#14 By Thatwednesday on 2009-06-22 15:14

ฮ่ะๆ จริง...

พวกนี้มันคำศัพท์อะ...

ลองเรียนไวยกรณ์สิ... เหอๆ

#13 By ppao on 2009-06-22 15:12

confused smile
ตอนไปญี่ปุ่นก็คุ้นหูหลายคำเลยเหมือนกัน
แต่ก็เข้าใจกับภาษาชี้โบ้ขี้เบ้มากกว่า

#12 By เจ้าโต on 2009-06-22 15:12


    follow me on Twitter