At 80 Degree Celsius
posted on 20 Jun 2009 23:09 by champcpe in it-related
ผมเป็นคนไม่ค่อยปิดคอมพิวเตอร์ครับ
อันที่จริง ใช้คำว่า "ไม่ค่อย" นั้นก็ไม่ถูกนัก
เพราะคำว่า "ไม่ค่อย" นี่เราควรจะสงวนไว้ใช้กับกรณีอย่าง
"เราไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะศักดิ์", นางชู้พูดกับพระเอก หรือว่า "เราไม่ค่อยได้กินอาหารญี่ปุ่นเลย", ผมพูดเวลาหิวๆ และต้องการไซโคเพื่อนๆ ให้กินฟูจิด้วยกัน
คือเป็นกิริยาที่ทำไม่บ่อย แต่ทำบ้าง นานๆ ที
ขึ้นอยู่กับว่า คนปกติเค้าทำกิจกรรมนั้นบ่อยแค่ไหน
อย่างการปิดคอมพิวเตอร์นี่ คนปกติเค้าปิดกันทุกวัน
ดังนั้น จะใช้คำว่า ไม่ค่อยได้ปิด ก็อาจจะใช้ได้กับกรณีที่ปิดทุกสองสามวันหรือปิดทุกสัปดาห์
แต่ในกรณีพฤติกรรมการใช้งานคอมพิวเตอร์ของผมนี่ ถ้าจะพูดให้ถูก อาจจะต้องไปใช้ศัพท์อังกฤษอย่าง "Rarely"
ไม่ได้แปลว่า ขอดิบๆ เลือกโชกๆ นะน้องนะ แต่แปลว่า หาได้ยากมาก (หรือหาได้ยากแสดดดดตามศัพท์เออร์เบิ้นปัจจุบัน)
เพื่อนผมก็ด่าด๊าด่าอยู่เสมอว่า คอมพิวเตอร์ของแกมันเป็นเซิฟเวอร์ของเว็บหรือไงวะ
คือถ้าปิดแล้ว exteen จะล่มฤาอย่างไร อั๊วะไม่เข้าใจในพฤติกรรมไม่ประหยัดพลังงานของลื้อเลยให้ตายสิ
แหม! ผมก็มีเหตุผลของผมนะครับ ไอ้การที่ไม่ปิดคอมพิวเตอร์นี่
ลองคิดดูสิครับ ว่าถ้าเราต้องปิดคอมตอนเย็น เปิดคอมตอนเช้า ทุกๆ วัน
กว่าจะรอให้มันบูตเครื่อง กว่าจะรอให้วินโดวส์โหลดไมโครมาโครโปรแกรมอรรถประโยชน์แต่ละตัวของมันเสร็จ
นั่นก็ิกินเวลาเข้าไปสิบห้ายิ่สิบนาทีแล้วนะครับ กว่าวินโดวส์จะบอกว่า อ้ะ ชั้นพร้อมแล้วค่ะ ใช้งานชั้นได้เลยค่ะเจ้านาย เราก็กินข้าวเช้าเสร็จพอดี
ฮู้ย เสียเวลาออก!
ที่ทำงานเก่าของผม (ผมเคยเป็นหนุ่มออฟฟิศมาก่อนนะครับขอบอก) ก็ สลน. (ส่งเสริมลักษณะนิสัย) การไม่ปิดคอมเหมือนกันครับ
คือเป็นโพลิซีที่เจ้านายบัญชามาเลยว่า วันปกติวีคเด๋ย์ ไม่ต้องปิดขอมนะหมายเฟลโหลว์เวิร์คเค่อะร์
(สำเนียงแปร่งๆ เพราะท่านเป็นฟุแรนสึจิน (คนฝรั่งเศส) ครับ) <- จะแรดหลายซ้ำหลายซ้อนทำไม
แปลไทยเป็นไทยว่า วันจันทร์ถึงพฤหัสตอนกลับบ้านอย่าปิดคอม วันต่อมาจะได้มาถึงปั๊บทำงานปุ๊บได้เลย
ซึ่งจากการศึกษาของสถาบันคิงส์คอลเลจ บอกว่าจะก่อให้เกิดผลกำไรมวลรวมสหประชาชาติกรอสอินคั่มต่อบริษัทอย่างสูงสุด
คือตั้งใจจะรีดงานจากลูกน้องทุกหยดหยาดนาทีเสี้ยววินาทีนั่นแหละครับ
(แต่ปรากฏว่า สุดท้ายก็ไม่ได้ผล เพราะพอประหยัดเวลาเปิดเครื่องไปได้สิบห้านาที ลูกน้องที่น่ารักทุกคนก็พากันมาสายขึ้นกันคนละสิบห้านาทีเช่นกัน เอ็กซ์ลบเอ็กซ์ได้ศูนย์ บริษัทจึงได้สูญไปในที่สุด)
ด้วยเหตุผลประการที่กล่าวมาทั้งปวง ผมจึงคิดเองเออเองของผมว่า การไม่ปิดคอมนั้นทำให้เราทำงานได้ออปติไมซ์ที่สุด
และโดยปกติที่ผมทำงานไม่เป็นเวล่ำเวลาอยู่แล้วด้วย บางทีนอนๆ อยู่ ก็ลุกขึ้นมาทำงานตอนตีสาม บางครั้งนั่งเล่นเกมอยู่ นึกอะไรออกก็มาเคาะก๊อกแก๊กสามนาที แล้วกลับไปเล่นเกมใหม่
ดังนั้นจะไปมีจังหวะจะโคนตรงไหนให้ปิดคอมฯ ล่ะครับ กรีนพีัซ!
ปรากฏว่า ไอ้ความเชื่อของผมเนี่ย มันลดอายุการใช้งานของคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหลือเชื่อเลยครับ
คือปกติคอมพิวเตอร์ที่เราๆ ท่านๆ ซื้อมาจากพันทิพบ้าง พารากอนบ้าง (แล้วแต่ความไฮโซของปัจเจก) ควรจะมีอายุการใช้งานประมาณห้าปี ถึงจะเริ่มรู้สึกว่าช้า เปิดเอ็มเอสสะเอ็นก็อืด เปิดไฟร์ฟ็อกซ์ก็กินแรม ยิ่งเปิดเว็บอย่าง exteen นี่เผลอๆ ไฟร์ฟ็อกซ์ก็พาลแครชตู้มปิดตัวเองไปอย่างเงียบเชียบซะอย่างนั้น ซึ่งปกติกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้เนี่ย ควรจะใช้งานไปสักห้าหกปีก่อนถึงจะเริ่มมีซิมธ่อมป์ดังกล่าว
แต่ปรากฏว่า คอมพิวเตอร์ผมแค่สองปีก็เริ่มเป็นแล้วครับ
มันเริ่มเบี้ยวนัด เปิดโปรแกรมอะไรก็ไม่ใคร่จะมา
มันเริ่มตีชิ่ง บางทีวาดรูปอยู่ดีๆ ก็หน้าจอขาวใสไวท์เทนนิ่ง แล้วรูปที่วาดไปก็หายเกลี้ยง
มันเริ่มอู้ เวลาเปิดเกมอะไรที่เป็นสามมิติหน่อย มันก็จะค่อยๆ หาววอดแล้วประมวลผลแต่ละเฟรมให้อย่างเชื่องช้าสากรรจ์
เพื่อนต่ายบอกว่าให้ลองเอาโปรแกรมตรวจจับความร้อนมาติดดู ปกติคอมพิวเตอร์ควรจะมีอุณหภูิมิร่างกายไม่เกินหกสิบองศา มากกว่านั้นถือว่าเป็นไข้เล็กน้อย ป่วย
ปรากฏว่า คอมพิวเตอร์แสนรักของผมเนี่ย...
อุณหภูิมิพุ่งสูงฉูดไปถึงแปดสิบองศา!
อีกยี่สิบองศาก็จะต้มน้ำได้อยู่แล้ว!!
ถ้าเป็นคนก็ตายไปแล้ว!!
ถ้าเป็นหมาก็ตายไปแล้ว!!
ถ้าเป็นคอม.. ก็แฮงค์ไปแล้ว!!
ก็..ก็..ก็ถูกแล้วหละที่มันจะแฮงค์
ขอโทษนะที่ด่าว่าเป็นคอมพิวเตอร์ใจเสาะมาตั้งนาน
ผมยังไม่รู้จะทำยังไงให้มันหายดีเลยหละครับ
มีผู้รู้แนะนำมาว่า อาจจะเป็นเพราะซิลิโคน (เสริมนม) ถ่ายเทความร้อนของมันเสื่อมสภาพ
ถ้าเอามาหยอดๆ หยดๆ อาจจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในสามวันแปดวัน
ผมก็หวังว่ามันจะง่ายอย่างนั้น
ผมเสียใจเหลือเกินที่ใช้งานมันหนักถึงขนาดที่มันจะต้องป่วยไข้นอนซมตรมตรอมอย่างนี้
และผมขอสัญญานะครับทุกคน
ว่าถ้ามันกลับมาดีดังเดิมแล้ว..
...ค่อยมาทำงานอย่างมาราธอนกันต่อนะคอมนะ!
(ไม่สำนึก! ถ้าคอมพิวเตอร์มันมีขา มันคงวิ่งไปจากผมด้วยความเร็วเท่าเสือชีต้าร์บวกกับนกเหยี่ยวหัวล้าน!)
(ถ้่าบ้านผมไฟไหม้ ก็ไม่ต้องวิ่งไปบอกประกันหรอกนะครับว่าทำไม)
มาสเตอร์แชมป์


#1 By
ไอ้แพท.. on 2009-06-20 23:37