ได้มีโอกาสดู Home แล้วครับ หลังจากที่พยายามจะดูบน Youtube อยู่นาน แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากเน็ตไม่ค่อยเสถียร

สำหรับคนที่ยังไม่ทราบ, Home เป็นหนังสารคดีสิ่งแวดล้อม โดยผู้กำกับชาวฝรั่งเศส Yann Arthus-Bertrand (ซึ่งให้เสียงพากษ์ภาษาฝรั่งเศสด้วย สำหรับเสียงภาคภาษาอังกฤษ เป็นของ Glenn Close โดยส่วนตัวคิดว่าแค่เปลี่ยนคนพากษ์ อารมณ์ในการชมสารคดีเรื่องนี้ก็น่าจะเปลี่ยนตามด้วย) 

เหตุผลประการหนึ่งที่ทำให้ Home มีความพิเศษก็คือ หนังเรื่องนี้เปิดตัวพร้อมกันในวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยผู้ชมสามารถเลือกรับชมได้ตามช่องทางที่ตนเองสะดวก (ดีวีดี ทีวี Youtube และโรงภาพยนตร์) โดยในบ้านเราก็มีฉายใน Lido โดยจะยืนโรงฉายไปเรื่อยๆ ยังไม่มีกำหนดเวลาออกครับ ที่ต่างกันคือ เวอร์ชั่นในโรงภาพยนตร์จะมีความยาวมากกว่าเวอร์ชั่นดูฟรี (ทีวีและYoutube) เล็กน้อย (93 นาที กับ 120 นาที)

เริ่มต้นหนังแสดงให้เห็นถึงสมดุลของธรรมชาติก่อนมีมนุษย์ ว่าเป็นระบบที่ balanced out พอดี พอเพียง ทุกอย่างในธรรมชาติล้วนมีผลต่อกันและกัน ไม่มีสัตว์หรือต้นไม้สปีชีส์ไหนที่อยู่โดยไร้ประโยชน์

แต่หลังจากมนุษย์ถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้ มนุษย์ก็เริ่มทำลายสมดุลทางธรรมชาติที่มีอยู่ดั้งเดิม ด้วยความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุต่างๆ ตั้งแต่การทำอุตสาหกรรมการเกษตร การปศุสัตว์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นระบบที่ไม่พอเพียง และทำลายความหลากหลายทางชีวภาพโดยสิ้นเชิง ระบบทั้งหลายทั้งปวงซึ่งมนุษย์มองว่ามีประสิทธิภาพ ได้รับการนำมาปรับใช้เพื่อสร้างกำไรให้กับอุตสาหกรรมเหล่านี้ แต่แท้จริงแล้ว ระบบเหล่านั้นเผาผลาญทรัพยากรของโลกมากกว่าที่พวกเราคิด (ตัวอย่างสถิติข้อหนึ่งที่น่าตกใจคือเราต้องใช้น้ำมากกว่าหนึ่งหมื่นลิตร ในการผลิตเนื้อวัวเพียงหนึ่งกิโลกรัม) นอกจากนี้ หนังยังเน้นย้ำเปรียบเทียบระยะเวลาที่ธรรมชาติสร้างสิ่งต่างๆ ขึ้นมา (เช่นแร่หิน เชื้อเพลิง ป่าไม้) กับระยะเวลาอันแสนสั้นที่มนุษย์ทำลายสิ่งเหล่านั้น

ในบทสรุป บทบรรยายกล่าวว่าอย่างไรก็ตาม ยังไม่สายเกินไปที่มนุษย์ชาติจะหันมาดูแลโลกอย่างจริงจัง (ถึงจะเหลือเวลาอย่างมากเพียงสิบปีก่อนทุกอย่างจะผ่านจุดที่แก้ไขได้) พวกเราสามารถช่วยเหลือโลกใบนี้ได้โดยการรีไซเคิล, การใช้พลังงานทางเลือกทดแทน และหนทางอื่นๆ

 


 

ต้องบอกว่าเป็นหนังที่ระหว่างชมค่อนข้างอึดอัดจริงๆ อึดอัดไปด้วยความรู้สึกผิดที่หนังพยายามสร้างขึ้นในใจด้วย อึดอัดกับบทบรรยายด้วย (ซึ่งค่อนข้างอยู่ในลักษณะ 'สอน', เสียงของ Glenn Close ผมว่าพยายามจะให้เป็น Mother Earth พูดกับเราโดยตรงมากไปหน่อย เลยฟังแล้วค่อนข้างกดดัน)

แต่ด้วยฟุตเตจภาพวิดีโอที่ถ่ายภาพมุมบนของโลกมาอย่างสวยงามในโลเคชั่น 50 กว่าประเทศ (ถ่ายด้วยเทคโนโลยี Cineflex ซึ่งทำให้ภาพวิดีโอที่ถ่ายจากบนเฮลิคอปเตอร์ลื่นไหลมากขึ้น) ทำให้โดยรวมแล้วหนังไม่ 'บีบคอ' 'เค้นให้่ตาย' กับผู้ชมเกินไปนัก ซึ่งหากไม่ได้ภาพช่วยไว้แล้ว มีแววที่ผู้ชมจะหายใจไม่ออกไปกับบทบรรยายที่แสนอึดอัดรัดกุมและพาลจะดูไม่จบเอาแน่ๆ*

ผู้สนใจสารคดีเรื่องนี้ สามารถหาดูได้ที่ Youtube ที่ http://www.youtube.com/homeproject ครับผม (เป็นเวอร์ชั่นความยาว 93 นาที)

 

* เป็นความเห็นส่วนตัว

** อีกอย่างที่โดยส่วนตัวค่อนข้างรู้สึกแปลกๆ กับหนังเรื่องนี้คือ หนังโจมตีประเทศในแถบเอเชีย อย่าง จีน และอินเดียมากพอสมควร ในขณะที่มีน้ำเสียงชื่นชมประเทศในฝรั่งยุโรปในแง่การนำพลังงานสะอาดมาใช้ ผมคิดว่าตรงนี้ค่อนข้างไม่แฟร์กับประเทศที่กำลังพัฒนา แน่นอนว่าประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีโอกาสในการใช้พลังงานที่สะอาดก่อนเนื่องจากมีความก้าวหน้าในเชิงวิทยาศาสตร์มากกว่า แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเมื่อไม่กี่สิบปีก่อน ประเทศที่พัฒนาแล้วเหล่านี้ก็ก่อมลพิษมากเหมือนกัน การนำฐานะของตนเองมามองประเทศอื่นซึ่งต่างกันในหลายๆ ตัวแปรด้วยสายตาที่วิพากษ์จัดๆ แบบนี้ ผมคิดว่าเป็นการกระทำที่ค่อนข้าง 'แข็ง' และใจร้ายไปหน่อย.

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile

#1 By FreeWallpaper on 2009-06-17 23:59

เห็นด้วยอย่างยิ่ง...
ประเทศที่พัฒนาแล้วนี่แหละตัวดีเลย
ก่อมลพิษมาก...
สภาวะเรือนกระจกก็เกิดจากพวกนี้เป็นส่วนใหญ่
tongue

#2 By Albert D. Morison on 2009-06-18 00:04

น่าดูแฮะ ชอบเสียง glenn close

#3 By pradt (110.49.91.148) on 2009-06-18 00:05

ว่าจะไปดูที่ลิโด้หลายรอบแล้วค่ะ

ยังไม่ได้ดูซักที

#4 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2009-06-18 00:08

จริงๆ แล้วก็เป้นประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ใช่หรอครับ ที่หยิบยื่นเทคโนโลยีแสนสกปรกเหล่านี้มาให้ประเทศกำลังพัฒนา
และก็พวกคุณไม่ใช่หรือที่เป็นตัวการหลักในการทำร้ายโลก
และที่สำคัญก็พวกคุณอีกนั่นแหละ ที่เห็นประเทศกำลังพัฒนาเป็น "บ่อขยะ" บ่อสำคัญของพวกคุณ

Hot! Hot! Hot!

อยากให้ไปดูกันเยอะๆ นะครับ อย่างน้อยก็ทำให้ได้คิดกันบ้างก็ยังดีครับ big smile

#5 By djehuti on 2009-06-18 00:15

ผู้สร้างสารคดีก็สามารถเอาดีใส่ตัว โยนความผิดให้ผู้อื่นได้ง่ายๆ ครับ

อ. ผมเคยบอกว่าแกอ่านเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิค แล้วพบว่าฝรั่งช่างโรแมนติกับ "ฉลาม" เหลือเกิน ทั้งๆที่มันเป็นจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร แทนที่จะห่วงแพลงตอนหรือสัตว์เล็กๆ ที่เป็นต้นทางของห่วงโซ่อาหารอันน่าเป็นห่วงมากกว่าเยอะ

แกเลยบอกว่าเราเสพสื่อพวกนี้ ก็ต้องพยายามมองให้ทะลุถึงเจตนาของผู้สร้างสารด้วย อย่างที่คุณแชมป์ทำนี่แหละครับ

#6 By Media Eater on 2009-06-18 00:15

ถ้าทำให้คนดูรู้สึกแบบนี้ได้ การกระจายให้หลายๆคนได้ชมอย่างทั่วถึง ก็คุ้มค่าที่จะมีหนังเรื่องนี้แล้วครับ
big smile
แต่เรื่องการโจมตีนี่ ค่อนข้างเอียงนะครับ

อย่าลืมว่าอเมริกาเป็นชาติเดียวที่ไม่ยอมจับมือเพื่อร่วมงดการใช้และผลิตโฟมซึ่งเป็นสินค้าส่งออกของเขา

แถมพลังงานนิวเคลียร์ก็มาจากพวกเจริญนี่ทั้งนั้น

ว่าแต่ เวอร์ชั่น 120 มีอะไรเพิ่มเป็นพิเศษเหรอครับ?

#7 By on 2009-06-18 00:15

ประเทศที่หายไปส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นประเทศที่ไม่ได้อยู่ในวงศ์สายคณาญาติกับ USA และอังกฤษ

#8 By mokin (58.147.74.4) on 2009-06-18 00:17

ณ: ผมไม่ทราบว่าตรงไหนเพิ่มมาอะครับ เพราะว่าไม่ได้ดูเวอร์ชั่นสั้น
sad smile ตัวเล็กย่อมผิดเสมอ

#10 By เต่านา on 2009-06-18 00:37

ชอบบทวิจารณ์นะครับ ผมรู้สึกกดดันเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าทำไม นึกว่าเพราะภาพที่เห็นและข้อมูล แต่จริงๆ เสียงน่าจะมีผลมากทีเดียว

ผมดูผ่าน YouTube HD แล้วทึ่งในคุณภาพของภาพสุดๆ สวยจริงๆ ถ้ามีโอกาสต้องไปดูในโรงให้ได้เลย คุ้มค่าตั๋วแน่ๆbig smile

#11 By dogdoy on 2009-06-18 00:57

ทุเรศสุดก็คืออเมริกา มหาอำนาจ บริโภคนิยม ใช้แหลกไม่เคยประหยัดสักแต่ว่าซื้อ กินทิ้งกินขว้างขนาดนั้น.. มาว่าเราได้ไงtongue
จริงๆแล้วก็ทุกทวีปนั้นแหละที่ทำลาย....

ก็มันหนังยุโรบนี่เนอะangry smile

#13 By พี ~ 13 on 2009-06-18 03:01

อยากดูเลยอ่ะครับ

#14 By เจ้าชายน้อย on 2009-06-18 04:04

พี่แชมป์ทำใ้ห้อยากดูbig smile

#15 By Variety-Phet on 2009-06-18 04:09

รู้สึกเหมือนกัน ว่า ไม่แฟร์ กับประเทศ กำลัง พัฒนาtongue

#16 By ร่มไร้อาร์ on 2009-06-18 07:15

เคยดูสารคดีทางช่องดิสฯ เกี่ยวกับปัญหาสภาวะเรือนกระจก..ตอนนี้ประเทศที่ได้รับผลกระทบคือเกาะอะไีรสักอย่าง ที่แม้ไฟฟ้าเค้ายังไม่มี แต่เค้าจะเ็ป็นเกาะแรกที่จม..(อันนี้ยิ่งเศร้านะ ตรูไม่รู้อะไรด้วย ทำไมเกาะตรูต้องจม ไม่มีผืนแผ่นดินแม่อาศัยแล้ว) ... แล้วเค้าก็พูดถึงปัญหาที่แก้ไม่ตก คืออเมริกา และ จีน ... เค้าไปถ่ายทำที่โรงถลุงแร่ (ที่เป็นตัวก่อปัญหา สร้างมลพิษมากที่สุดในโลก) จีนเป็นอันดับ 1 ในเรื่องถลุงแร่ เพื่อนำมาใช้ก่อสร้างสิ่งต่างๆ (อย่างสนามกีฬารังนกอันลือลั่นนั่นละมั๊ง ) จีนบอกไม่สนอะ..ก็กำลังพัฒนาเศรษฐกิจ อมริกาก็ไม่สน..แล้วยังมีบริษัท(ฝรั่ง)ทำมาหากินกับค่าเรทติ้งที่การถลุงแร่ หรือโรงงานเหล่านี้ำไม่ควรจะสร้างกาศอะไรสักอย่างนี่แหละคะที่ทำลายชั้นบรรยากาศ แต่อีค่านี้มันซื้อขายกันได้ (จากบริษัทที่ว่าเนี่ยะ) เช่น บริษัทนี้เกินแล้ว ไอ้ตัวกลางนี้ก็จะเอาค่าของอีกบริษัทที่ยังไม่เกิน มาสวมให้ ( คือหลักการซื้อขายเราไม่เข้าใจนะ ใครเข้าใจก็บอกที แต่มันประมาณนี่แหละ ) สรุปว่า.."คน" เท่านั้นคือผู้สร้่าง ผู้ทำลาย และ ผู้ช่วยเหลือ ด้วยค่ะ..Hot! Hot! Hot!

#17 By Satoshi on 2009-06-18 08:13

เคยดูทางช่องเจ็ดเมื่อวันไหนสักวันค่ะ รู้แต่ว่าภาพสวยมาก แต่แทบไม่ได้ฟังบทบรรยายเลย~

#18 By BeeJang on 2009-06-18 09:25

Hot!

อ่านแล้วก็รู้ึสึกเลยว่า... "หนักอึ้ง และ อึดอัด" จริง..

#19 By ppao on 2009-06-18 09:54

อ้อใช่ๆ ตอนดูรู้สึกเหมือนโดนด่า (แต่เป็นการด่าแบบไพเราะ ออกแนวเหน็บแนม)ตอนแรกก็รู้สึกอินไปด้วยว่ามนุษย์นี่แย่จริง แล้วก็มานึกได้ว่าเราก็เป็นมนุษย์นี่นา

#20 By *cinnamoroll on 2009-06-18 10:06

แล้วไม่ใช่อเมริกาหรอกเหรอที่ก่อมลพิษเยอะที่สุดในโลกตอนนี้ sad smile
บอกเค้าไป..ความผิดแกด้วย big smile
ทางนี้ดูแล้วอึดอัด
ทางนู้นคงดูแบบสบายใจ ..เค้าไม่ได้ทำ sad smile

#22 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-06-18 12:55

sad smile

#23 By nudee on 2009-06-18 15:56

glenn close มาพากษ์ให้เลยเหรอ

ดูหนังสารคดีจำพวกนี้แล้วเครียดค่ะ คือเห็นปัญหาที่ไม่มีทางแก้ไขได้

พูดดังแค่ไหน ก็เหมือนตะโกนใส่กำแพง

#24 By Glinda The Good on 2009-06-18 16:11

ดูแล้ว มีความรู้สึกคล้ายๆกันเลยค่ะ

#25 By ~memay~ on 2009-06-18 16:48

คนทำผิดเองก็มองไม่เห็น เที่ยวโทษคนอื่น ก็แบบนั้นแหละครับ
จะว่าไป ผมเองก็ยังไม่ได้ดูเลย

#26 By โก๋สิจ๊ะ on 2009-06-18 18:38

ผมเพิ่งดูจบเมื่อวันสองวันที่แล้ว ทรรศนะหลายเรื่องของคุณแชมป์น่าสนใจ โดยเฉพาะประเด็นการวิพากษ์เอเชีย และประเทศโลกที่สาม แต่ขาดภาพของยุโรป+อเมริกาซึ่งเป็นตัวเป้งของปัญหาหลายๆ ด้าน

กระนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ฉายภาพของกราฟการทำลายล้างบ้านตัวเองของมนุษย์ได้ฉมังนัก แม้บทบรรยายจะพยายามบอกว่า "เฮ้ย ... พวกแกทำผิดรู้ไหม !" ก็ตามที

ระยะเวลาพันล้านปีกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต กำลังจะจบลงเพียงก้าวกระโดดหลังปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง

ด้านบวกของหนังเรื่องนี้เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับ และต้องปฏิวัติตัวเองกลับไปอย่างฉับพลันเช่นกัน ไม่งั้นก็นับถอยหลังโลกใบนี้ได้เลย Hot!

#27 By buggo on 2009-06-19 18:24



    follow me on Twitter