Twitter in Time.

posted on 10 Jun 2009 15:15 by champcpe  in it-related

 


 

1.
เมื่อสองปีที่แล้ว ผมได้รู้จักกับทวิตเตอร์ตอนที่เพิ่งเปิดใหม่ๆครับ
ที่บังเอิญไปรู้จักได้เพราะว่าบล็อกของเว็บดีไซเนอร์ที่ติดตามอ่านอยู่เค้าเขียนถึงพอดี
เลยลองไปสมัครดูด้วยความกระหายใคร่รู้ว่านี่คืออะไร ทำไมคนดูตื่นเต้นกันจัง

ช่วงแรกๆ ที่เล่น.. ไม่สนุกเลยหละครับ...
ตอนนั้นผมไม่เข้าใจเลยว่าเราจะพิมพ์ตัวอักษร 140 ตัวให้โลกรู้ไปทำไมว่าวันนี้เราทานอะไรเป็นอาหารเช้า
เราดูหนังเรื่องนี้เรื่องนั้นอยู่ หรือจะบอกใครไปทำไมว่าเรากำลังปั่นจักรยานไปเซเว่นเพื่อซื้อชีสไบท์
แถมช่วงนั้นยังไม่ีีมีคนรู้จักเล่นด้วย เหมือนตะโกนในโอ่งที่ไม่มีใครฟัง
เมื่อรู้สึกว่าไม่หนุก ผมเลยเลิกราห่างหายไปจากทวิตเตอร์ไปนาน
จนกระทั่งเร็วๆ นี้ ที่มีคนเล่นมากขึ้น คึกคักขึ้น
จำนวนคนรู้จักที่อยู่ในวงทวีตแตะมวลอะตอมที่มีนัยสำคัญ
ผมเลยกลับมาอัพเดทวันละสองสามสี่ห้าหกทวีตอีกครั้ง (หรือมากกว่านั้น, ในบางวันที่เหงา)

2.
ทวิตเตอร์เพิ่งได้ลงปก Time ฉบับล่าสุดครับ
ซึ่งเป็นก้าวย่างที่สำคัญของโซเชียลเน็ตเิวิร์ก 'ยักษ์เล็ก' ตัวนี้มาก
ที่เรียกว่ายักษ์เล็ก เพราะว่าเทียบกับเว็บเบิ้มๆ อย่างกูเกิ้ล เฟซบุ๊ก มายสเปซ แล้ว ทวิตเตอร์ยังมีจำนวนคนใช้ห่างกันหลายขุม
แต่ถึงจำนวนคนใช้จะยังดูเหมือนน้อยอยู่
จากรายงานล่าสุด เมื่อปีที่แล้ว ทวิตเตอร์ก็มีอัตราการเติบโตของจำนวนผู้เข้าชมในหลักเปอร์เซ็นต์ที่น่าตกใจ
คือมีการเติบโตของจำนวนผู้เข้าชมมากถึง 1300%
ในขณะที่กูเกิ้ลมีอัตราผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น 9%
facebook 217%, amazon 7% ตามลำดับ
ซ้ำร้าย ผู้เข้าชม myspace, เว็บไซต์ที่ทุกคนต้องพูดถึงเมื่อสองสามปีก่อน,
กลับมีอัตราผู้เข้าชมตกลงถึง 7% ในช่วงปีเดียวกัน

เท่านี้คงจะบอกได้เลาๆ แล้วว่าทวิตเตอร์อยู่ใน 'ขาขึ้น' ขนาดไหน

3.
นอกจากทวิตเตอร์จะโดดเด่นด้านปริมาณของคนใช้แล้ว
ที่สำคัญ ทวิตเตอร์ยังโดดเด่นเรื่องคุณภาพของคนใช้ด้วย
คนสำคัญๆ ที่เป็นผู้นำกระแสทางความคิด ได้หันมาใช้ทวิตเตอร์กันมากมาย
หลังจากค้นพบประโยชน์ของมันว่าทำให้พวกเขาติดต่อกับ 'แฟนๆ' ได้ใกล้ชิดขึ้น
และในทางกลับกัน ทำให้แฟนๆ รู้สึกว่าได้สื่อสารกับพวกเขาอย่าง intimate มากขึ้น
ตัวอย่างคนสำคัญๆ คนดังๆ ที่ใช้ทวิตเตอร์ก็อย่างเช่น

แอชตัน คุชเชอร์ ดาราที่มีคนติดตามในทวิตเตอร์มากที่สุด คือมากกว่าล้านคนแล้ว
(ที่ผ่านมามีกรณีที่แอชตันท้า CNN แข่งด้วยว่า "ใครจะมีคนติดตามถึงล้านก่อนกัน" และผลก็คือ แอชตันถึงเส้นชัยก่อน CNN ไปไม่นาน)

โอปราห์ วินฟรีย์
จอห์น เมเยอร์
เจสัน มราซ
ซาราห์ เพลิน
เอลเลน ดีเจเนเรส
มาธ่าร์ สจ๊วร์ต
บารัค โอบาม่า
ฯลฯ

ซึ่งแน่นอนว่าคนสำคัญบางคนก็ไม่ได้อัพเดททวิตเตอร์เองหรอก
(อย่างเจสัน มราซ ก็ให้ผู้ช่วยส่วนตัวอัพเดทให้แทน)
แต่บางคนก็อัพเดทเองจริงๆ อย่างโอปราห์ เจ้าแม่สื่อสหรัฐก็เคยอัพเดทในทวิตเตอร์ของเธอว่า
"มีใครรู้วิธีรักษาเห็บหมาบ้างมั้ย เพราะหมาของชั้นตอนนี้เห็บเต็มเลย ใช้ยาอะไรก็รักษาไม่หาย"
ซึ่งเธอคงได้คำตอบจากผู้ติดตามของเธอไปหลายพันคำตอบอยู่
นี่ข้อยืนยันเป็นประโยชน์ของทวิตเตอร์อย่างที่เขียนไปก่อนหน้าแล้วว่า
ทวิตเตอร์ทำให้คนทั่วไปรู้สึกใกล้ชิดกับเซเล็บมากขึ้น
และถึงโอปราห์จะได้อ่านคำตอบเกี่ยวกับเห็บหมาของคุณหรือไม่ก็ตาม
แต่วันต่อมา คุณก็น่าจะรู้ึสึกดีใช่มั้ย ถ้าสมมติได้ไปคุยกับเพื่อนในออฟฟิศว่า
"เนี่ย เมื่อวานชั้นอธิบายให้โอปราห์ฟังว่า วิธีรักษาเห็บหมาง่ายๆ คือ..."

อู้ย! ดูไฮโซชมัดหละครับ! เหมือนได้จิบอาฟเตอร์นูนทีกับโอปราห์เลยทีเดียวเีชียว!

4.
กรณีศึกษาที่บทความเรื่องทวิตเตอร์ในไทมส์ยกมา ที่ผมประทับใจก็คือ
ผู้เขียนบทความ (ชื่อคุณสตีเฟ่น จอห์นสัน) เคยไปเข้าร่วมสัมมนางานหนึ่ง ชื่องาน Hack Edu

ถ้าเป็นยุค pre-tweet ผู้ร่วมสัมมนาแต่ละคนพอประชุมเสร็จ กลับบ้าน คงบล็อกเกี่ยวกับเรื่องงานสัมมนานี้
ว่ามีความประทับใจอะไรบ้าง สรุปสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้างฯลฯ
แต่นี่เป็นยุคทวิตเตอร์แล้ว ผู้จัดงานก็รู้ว่าผู้ร่วมสัมมนาแต่ละคนคงจะทวีตสดๆ เป็นแน่
เลยขอว่า ถ้าจะทวีต ช่วยใช้ hashtag ว่า #hackedu ด้วย
เพื่อที่ว่าจะได้ตามเข้าไปอ่านง่ายๆ
และที่ำพิเศษคือระหว่างที่สัมมนาอยู่ หน้าจอด้านหลังวิทยากรก็จะแสดงข้อความจาก tag #hackedu
ที่ผู้ร่วมสัมมนาแต่ละคนทวีตกันสดๆ ตอนนั้น แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันสดๆ ตอนนั้นมาขึ้นด้วย
ในช่วงแรกๆ ทวีตใน #hackedu ก็เป็นทวีตจากภายในห้องแหละครับ
คือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเฉพาะภายในงาน
แต่สักพัก ก็เริ่มมีคนจากภายนอกที่สนใจงานนี้เข้ามาร่วมวงทวีตด้วย
บางคนก็บ่นว่าทำไมตัวเองไม่ได้บัตรรับเชิญบ้าง
บางคนก็ตั้งคำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องที่สัมมนา
และในตอนท้ายๆ ของงานสัมมนา วิทยากรก็ดึงคำถามที่เจ๋งๆ จากหน้าจอลงมาอภิปรายกันตรงนั้นเลย

ผมว่านี่เป็นการนำทวิตเตอร์ไปใช้อย่างสร้างสรรค์ชมัด
คือใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ทุกหน่วยฝ่ายทั้งจุลภาคและมหภาค (เวอร์)

5.
เืมื่อก่อนสมมติว่าเราจะหาความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นสดๆ
เช่นความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิปดี
หรือแม้แต่ความคิดเห็นเกี่ยวกับอเมริกันไอดอลตอนที่กำลังฉายอยู่
เราคงไม่มีตัวเลือกอะไรมากนอกจากกูเกิ้ล, หรืออย่างดีก็คุยกับเพื่อนที่สนใจเรื่องเดียวกันในขณะนั้น
แต่ข้อเสียของกูเกิ้ลก็คือ ต่อให้กูเกิ้ลทำงานเ็ร็วอย่างไรก็ตาม,
ก็ยังช้าเกินที่จะเรียกว่า สด อยู่ดี
เพราะกูเกิ้ลต้องคำนวณเพจแรงค์จากเว็บไซต์ที่ลิงค์เข้าหาหน้านั้นๆ
เพื่อที่จะแสดงผลตามลำดับความสำคัญเมื่อค้นหา
ซึ่งนี่เป็นกระบวนการที่กินเวลามาก และทำลายความสดใหม่ของเนื้อหาโดยสิ้นเชิง

ส่วนการคุยกับเพื่อนที่สนใจในเรื่องเดียวกันนั้นข้อเสียที่เห็นๆ เลยก็คือการจำกัดคนเข้าร่วม
เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่ามีคนสนใจในเรื่องเดียวกันกับเรา ในเวลาที่เราต้องการคุย

ทวิตเตอร์ทำลายกำแพงทางด้านการสื่อสารข้อนี้
ด้วยการที่ทำตัวเหมือนเป็น "แชตรูมแห่งโลก" กลายๆ
แต่ว่าถึงจะบอกว่าเป็นแชตรูมแห่งโลก ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่คุณพูด ทุกคนจะได้ยิน
คุณมีอำนาจในการควบคุมข้อความว่าจะให้ใครดูได้บ้างอย่างเต็มที่
และถึงคุณจะไม่ควบคุมข้อความเหล่านั้น, ข้อความของคุณก็จะถูกปนไปกับ noise จำนวนมาก
ที่ไหลบ่ามาจากทวีตจำนวนกว่า 86 ข้อความต่อวินาทีทั่วโลกอยู่ดี
ดังนั้นจะพูดว่าทวิตเตอร์เป็นแพลตฟอร์มในอุดมคติก็ได้
หากพูดถึงการทำให้ผู้ใช้รู้สึกเป็นส่วนตัวและเป็นส่วนรวมไปพร้อมๆ กัน

6.
อีกอย่างที่ทวิตเตอร์เป็น คือเป็นแพลตฟอร์มที่น่าอิจฉา
ตัวโปรแกรมหลักของทวิตเตอร์เองไม่มีอะไรมาก
เป็นแค่ระบบส่งข้อความ 140 ตัวอักษร ข้อความต่ิอข้อความเข้าระบบเท่านั้น
แต่ว่าผู้ใช้ทวิตเตอร์แต่ละคน แต่ละกลุ่ม แต่ละหน่วยนี่แหละครับ ที่ทำให้ทวิตเตอร์เป็นอะไรมากกว่าที่มันเป็น
ไม่ว่าจะเป็นการที่เริ่มใช้ hashtag (#) ขึ้นมาระบุหัวข้อที่กำลังพูดถึง เพื่อที่จะได้ค้นหาง่าย
การใช้ reply (@) เพื่อตอบข้อความที่อีกฝ่ายส่งมาโดยตรง
การคิดค้นโปรแกรมต่างๆ มาเชื่อมต่อกับทวิตเตอร์
ทั้งโปรแกรมที่ทำให้ใช้ทวิตเตอร์ได้หลายแอคเคานท์
โปรแกรมที่คำนวณเทรนด์ต่างๆ จากทวิตเตอร์
(เช่นในการเลือกตั้งประธานาธิปดีครั้งล่าสุด ก็มีโปรแกรมที่ดักจับว่าใครถูกพูดถึงมากกว่ากัน ระหว่างโอบาม่ากับแมคเคน)
หรือโปรแกรมที่ทำให้คุณส่งข้อความทวีตได้จากทุกที่ทุกเวลาผ่านมือถือ

จะเห็นได้ว่า ฟีเจอร์เหล่านี้มาจากผู้พัฒนาทวิตเตอร์ทั้ง 29 คนหรือเปล่า, ก็เปล่า
แต่มาจากผู้พัฒนาหลักพันหลักหมื่นทั่วโลกต่างหาก ที่ทำให้ทวิตเตอร์เป็นอย่างที่มันเป็นในทุกวันนี้

 7.
ผมไม่รู้ว่าอีกสอง สาม สี่หรือห้าปีต่อจากนี้
เราจะลาจากทวิตเตอร์ไปสู่แพลตฟอร์มใหม่หรือวิธีใหม่ๆ ในการสื่อสารแล้วหรือยัง
แต่ที่ต้องยอมรับคือ ทวิตเตอร์ในทุกวันนี้เป็นปรากฏการณ์ระดับโลกจริงๆ
ใครที่ยังลังเล ไม่อยากทวีต เห็นว่าเป็นของเล่น ก็อยากให้ลองทวีตดูนะครับ
ประสบการณ์จริงอาจจะเปลี่ยนความคิดของคุณได้ไม่มากก็น้อย

ขอยกข้อความจาก Time มาปิดละกันนะครับ เขียนไว้ดีมาก

"There's a kind of resilience here that is worth savoring. The weather reports keep announcing that the sky is falling, but here we are - millions of us - sitting around trying to invent new ways to talk to another"

ปล. ขอบคุณครับที่อ่านจนจบ (เีรียบเรียงตั้งสองวัน!)

- ข้อมูลบางส่วนจาก Time ฉบับ June 15,2009
- ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท Twitter จาก Crunchbase
- ข้อมูลเรื่อง Tweet ของ Jason Mraz จากบล็อกอย่างเป็นทางการของเขา

- ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนทวีตต่อวินาทีจาก http://www.twitpocalypse.com/ เว็บไซต์ที่ทำนายว่าระบบทวิตเตอร์จะล่มจากข้อจำกัดของจำนวน Long Integer ในเร็วๆ นี้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไม่คิดว่าจะเล่นเลยค่ะ
แต่ระยะหลังคนพูดถึงกันเยอะมากๆ
ชักไขว้เขวอยากจะเล่นขึ้นมาบ้างแล้วสิ
อยากรู้ว่าดียังไง ก็คงต้องลองใช่มั๊ยคะ?big smile

#1 By eeddy(อี๊ด) on 2009-06-11 15:49

cry น่าสนใจแฮะครับ
ไปหามาอ่านมั่งดีกว่า

#2 By AkE on 2009-06-11 15:50

สัมนาสด พึ่งทราบ มันเจ๋งจริงๆ ครับ

#3 By นกฮูกดีไซน์ on 2009-06-11 15:52

ขอบคุณที่เขียนมาให้อ่านกันค่ะ
ลองหา Time อ่านดีกว่าแฮะ Hot!
สุดยอดครับHot! ได้ความรู้คู่คุณธรรม

#5 By n h e p h e x on 2009-06-11 15:53

เริ่มรู้สึกตัวว่าติดทวิตเตอร์ sad smile

#6 By mahaoath on 2009-06-11 15:54

ตอนนี้ผมติดงอมแงมแระหว่าง status ในfacebook และ tweet ครับ

#7 By Pack on 2009-06-11 15:55

Hot!

#8 By Eddy on 2009-06-11 15:56

Hot!

#9 By no one on 2009-06-11 15:58

เอนทรี่นี้เขียนดีนะ ละเอียดดี แรกๆก็ไม่รู้หรอก ว่า การเขียน 140 ตัวอักษรว่าเราทำอะไรมันจะดียังไง หลังๆพบว่ามันดีตรงที่สื่อความคิด เราได้แบบสั้นๆ แล้วก็ใช้แชร์ข้อมูลต่างๆได้ บอกต่อๆ้ข้อมูลกันได้ เช่น มีหัวแรงแจกฟรีในไซต์นี้นะ เยอะแยะเลย แล้วก็บอกต่อ เว็บนี้ดีนะ แล้วก็บอกต่อคนอื่นที่ follow เรา เลยรู้สึกว่าเป็นประโยชน์มากกว่าเอาไว้บอกว่าเรากำลังทำอะไรอยู่Hot!

#10 By MEISANMUI™ on 2009-06-11 15:59

โอ้ย อ่านแล้วชอบจัง confused smile Hot!
อ่านง่าย อ่านสนุก ในฐานะคนใช้ Twitter

#11 By เจ้าโต on 2009-06-11 16:00

Hot!
ชอบ twitter ในมุมของ marketing tools ตัวใหม่
เพราะ consumer มีสิทธิ์เลือกได้ ว่าจะรับสื่อนี้หรือไม่
ไม่เหมือน mass media อื่นที่ consumer เลือกไม่ได้ sad smile

#12 By บองเต่า on 2009-06-11 16:01

สมัครไปแต่ใช้น้อยมากค่ะ

คนในexteenก็นิยมนะคะ

แต่ถ้าไม่ลองยังไงก็ไม่รู้ว่ามันดีจริงรึเปล่า

#13 By +*+*akeha*+*+ on 2009-06-11 16:04

twitter อาจจะเป็น
person of the year
ของปีนี้ก็ได้ ใครจะไปรู้
ฮ่าๆๆๆ

cry cry cry

เห็นปกไทม์ฉบับนี้ตอนแรกก็คิดว่า
ไอโฟนอีกแล้วเรอะ แต่พออ่านดูใน
ไอโฟน เฮ้ยยย นี่มันทวิตเตอร์
เปิดอ่านฟรีทันทีเลยครับ!

#14 By h|b|b on 2009-06-11 16:05

เห็นด้วยครับ ที่เชิญชวนให้มาเล่นทวีตกัน สนุกดีออก Hot!

#15 By เจ้าชายน้อย on 2009-06-11 16:15

เรียบเรียงดีเนอะ big smile Hot!

#16 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-06-11 16:18

เคยสมัครทวิตเตอร์ไว้ตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งมาจริงจังก็อิตอนช่วงนี้ล่ะ big smile big smile big smile
หลังจากที่แหมวตามนักร้องโปรดในทวิตเตอร์มาไม่นาน
แหมวเองก็ได้เพื่อนต่างประเทศและเพื่อนในเอ็กซ์ทีนตั้ง4-5คนแน่ะ

คุยกันก็สนุกดีเหมือนกันค่ะ แต่นักร้องที่แหมวตามอยู่เหรอคะ?
แหมวส่งข้อความไปแล้ว ไม่ค่อยจะตอบกลับเท่าไรsad smile
ก็เลยนั่งมองเค้าอัพทวิตไปค่ะ บางเรื่องที่แหมวไม่ถนัด แหมวก็ไม่รู้จะคุยกับเค้ายังไงดีอะค่ะ sad smile

#18 By Maew : แหมว on 2009-06-11 16:34

ได้เห็นประโยชน์ของทวิตเตอร์มากขึ้นไปอีกbig smile
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เขียนเลยครับ
เกือบ 2 เดือนแล้วเนี่ยะ sad smile

#20 By oatato on 2009-06-11 16:54

Hot!

#21 By Bluemoon on 2009-06-11 17:40

ไม่เคยใช้เลยsad smile

#22 By คุณบิ๋ม on 2009-06-11 17:55

ขอบคุณที่เอามาแปลให้ฟังครับconfused smile แต่มันเจ๋งจริงๆเนอะ

#23 By on 2009-06-11 17:59

สมัครใช้แล้วแต่ไม่ได้ใช้เลยsad smile

#24 By พี ~ 13 on 2009-06-11 18:05

ฮาหรูฮาหรา อิอิ

#25 By ฟิวส์ on 2009-06-11 18:17

ไปลองปรับแต่งดูนิดหน่อย

จะค่อยๆเล่นค่ะ

#26 By +*+*akeha*+*+ on 2009-06-11 18:19

big smile
เคยดู insight edition ที่แจ้งว่า แอชตัน บ้า twitter สุด ๆ แต่ช่วงนั้นพี่ก็เลิกเล่นไปแล้วเนื่องจากไม่ค่อยได้ใช้เนตทั้งวี่ทั้งวันเหมือนเมื่อก่อน

เห็นแบบนี้แล้วอยากกลับไปทวี๊ตตต บ้าง
เขียนดีมากเลยครับ แอบให้ Hot!

เรื่องการมีส่วนร่วมใน conference นี่เคยเจอกับตัวเองเหมือนกัน จำได้ว่าต้นปีไปงานมา แล้วระหว่างงานก็มีโชว์พรีเซนเตชันขึ้นมาตัวนึง แล้วภาพที่เห็นสวยมาก เลยทวีตบอกไปว่า อยากได้ภาพนั้น แล้วก็แฮชตามชื่องาน

ปรากฏว่าแป๊บเดียว มีสองคนตอบกลับมาพร้อมลิงก์เลย มันสื่อสารความคิดและได้รับการตอบกลับอย่างรวดเร็วมาก

#28 By mnop on 2009-06-11 19:31

เราก็เป็นหนึ่งในผู้คลั่งทวีตอย่างเต็มตัวจริงๆ sad smile

#29 By Natchan on 2009-06-11 19:42

Hot!
ตอนแรกๆ ก็เป็นเหมือนกันนะคะ ไม่มีเพื่อนเล่นเลย
แต่พอมันบูมเราก็กลับมาconfused smile

#30 By namnampai on 2009-06-11 19:45

เขียนได้ยอดจริงๆครับ!!!
Hot! Hot!

เรียบเรียงอ่านง่ายดีมากเลยแฮะคับ

#31 By sage_nu on 2009-06-11 20:11

ขอบคุณที่นำมาให้อ่านนะคะbig smile Hot! Hot!

#32 By Variety-Phet on 2009-06-11 20:16

ขออนุญาต RT ให้คนอ่านต่อนะคะ :)

#33 By petitpor (208.58.79.195) on 2009-06-11 20:30

เพิ่งรู้นะเนี่ย
บังเอิญเข้ามาอ่าน ไหนไหนก้อเข้ามาแล้วก็รดน้ำสะหน่อยแล้วกันนะคะ
Hot! big smile

#35 By cartoonst on 2009-06-11 20:38

ขึ้นปก Time ได้นี่ไม่ธรรมดาจริงๆค่ะ
confused smile

#36 By C-C on 2009-06-11 20:43

อ่านแล้วก็ได้ความรู้เหมือนกัน

ผมเองไม่ค่อยรู้จักเจ้านี่เท่าไหร่

ตอนนี้เริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว

#37 By Clepsydra:: on 2009-06-11 21:37

เพิ่งลองใช้สดๆร้อนๆ เพราะมาสเตอร์แขมป์นี่แหละค่ะ...

มันทำให้คนเราใกล้ชิดกันมากขึ้นจริงๆนะ

#38 By ★~* Keawy *~ ★ on 2009-06-11 22:01

ตอนแรกที่สมัครก็ไม่ค่อยสนุก ๆ


หลังๆเริ่มสนุก ถ้าfollow เค้าไปแล้วเค้ามา follow เราตาม


เหมือนได้คุยกันมากขึ้น หากแต่ใครไม่ follow กลับเรา ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปยุ่งเรื่องชีวิตของเค้า ถ้าเค้าไม่ใช่ดารา หรือเซเลบ


...??!

#39 By ชาเขียวaddict on 2009-06-11 22:54

เรียบเรียงได้เด็ดดวงมากครับพี่ ^^

#40 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-06-11 22:59

อยากจะลองเล่นซะแล้วซิconfused smile

#41 By Toffee's World on 2009-06-11 23:03

ทวิตเตอร์เป็นอะไรที่เจ๋งกว่าไหนๆcry

#42 By ลิงหกกะล้ม on 2009-06-11 23:12

ไว้เล่นบ้าง

#43 By เจน on 2009-06-11 23:30

ดีใจที่มีคนแปลให้ cry cry
ตามมาอ่านแล้ว big smile Hot!

#45 By iDoi* on 2009-06-12 00:34

พึ่งเขียนถึงเรื่อง twitter กับการขาย taco ที่ LA เมื่อ 2 วันก่อนเองครับ

140 ตัวอักษรนี่มันทำอะไรได้เยอะจริง ๆ นะ double wink

#46 By nora on 2009-06-12 03:27

Good essay big smile That makes me know Twitter more than a toy double wink Hot!
โอ้ แจ่มเลยครับ ขอบคุณสำหรับบทความ

#48 By Teerasak (125.25.144.113) on 2009-06-12 04:32

ปรกติเราเล่นแต่ Facebook จนกระทั่งมาระยะหลังๆ
Twitter มาแรงมากโดยเฉพาะในแวดวงดาราฝรั่ง ทั้งฝั่งแอทแลนติคและฝั่งยุโรป ก็เลยเป็นเหตุให้คนธรรมดาอย่างเราๆเริ่มสนใจที่จะตามคนดังขึ้นมาบ้าง ช่วงที่นสพ.เขาโหมกระหน่ำข่าวแอชตันท้า CNN นี่ยิ่งทำให้คนในเกาะอังกฤษสนใจกันมากยิ่งขึ้น คิดเป็นเปอร์เซนต์ขึ้นมาตั้งพันกว่าเปอร์เซนต์นี่เยอะมากกกกกกกกเลยนะคะ เหลือเชื่อจริงๆ (แอบมีฝันว่าอยากมีแชร์อยู่ในทวิตเตอร์กับเขาซักหน่อยก็คงดี)
แหะ ลองไปสมัครดูแล้วค่ะ แอบตามผู้ใหญ่บ้านด้วย

แต่ก็ัยัง งงๆ อยู่ sad smile



    follow me on Twitter